สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 22
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 50
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,545,169
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
13 ธันวาคม 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
     
10  11  12  13  14  15  16 
17  18  19  20  21  22  23 
24  25  26  27  28  29  30 
31             
  ข้อมูลและสื่ออบรมการเป็นวิทยากร
วิทยากร3
[27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]จำนวนผู้เข้าชม 5712 คน

บทที่ ๓
วิทยากรกับการฝึกอบรม

ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของประเทศรุดหน้าพร้อมทั้งเกิดปัญหาที่เนื่องมาจากการพัฒนาที่สลับซับซ้อนเพิ่มเติมขึ้นคู่ขนานกันไป การเตรียมทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมที่จะรับมือกับปัญหาต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทันจึงตกเป็นภาระหน้าที่ของการจัดการศึกษาอย่างปฏิเสธไม่ได้ นอกจากการรับการศึกษาจากหลักสูตรปกติของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ แล้ว การจัดการฝึกอบรมก็เป็นอีกวิถีทางหนึ่งของการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้วิทยากรที่ดีจึงควรใส่ใจกับกระบวนการฝึกอบรมทั้งระบบ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์
 การฝึกอบรมที่จะส่งผลให้บุคลากรที่รับการฝึกอบรมเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจตลอดจนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการทั้งในด้านบุคคล องค์การและกระบวนการการฝึกอบรมซึ่งจะได้กล่าวถึงเป็นลำดับดังนี้
การฝึกอบรมหมายถึงอะไร
 การฝึกอบรม หมายถึง กระบวนการในการที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรม เกิดความรู้ ความเข้าใจ เกิดความชำนาญ และเกิดทัศนคติที่เหมาะสม เกี่ยวกับเรื่องที่อบรม จนกระทั่งผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู้และสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดหรือพฤติกรรมไปตามวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
การเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมของคน
 การเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤตืกรรมของคนจากจุดหนึ่งที่เรายังไม่พอใจไปยังจุดที่เราพอใจนั้น ควรปฏิบัติดังนี้
 1.ให้ความรู้ (Knowledge)
 2.ให้เกิดความเข้าใจ (Understand)
 3.ให้เกิดทักษะโดยการให้ลงมือปฏิบัติจริง (Skill)
 4.ให้เกิดทัศนคติ (Attitude)
 การฝึกอบรม คือการทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู้และปฏิบัติได้จริงมิใช่เพียงทำให้ได้รับความรู้เท่านั้น
 การทำให้เกิดการเรียนรู้ คือ กระบวนการจัดการเรียนการอน (Instrution) ไม่ใช่เพียงแต่การสอน (Teaching) หรือ การบรรยาย (Lecture) เท่านั้น
 วิทยากรคือผืที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ดังนั้นการเรียนรู้จึงเกิดจากิจกรรมของวิทยากรรวมกับกิจกรรมของผู้เข้ารับการฝึกอบรมภายใต้สถานการณ์ที่วิทยากรเป็นผู้กำหนดและอำนวยการให้เป็นไปโดยยึดผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นศูนย์กลาง
หลักสำคัญที่ทำให้เกิดการเรียนรู้  มี 2 ประการคือ
 1.วิทยากรเป็นผู้กระตุ้นและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการอบรม
 2.ผู้เข้ารับการอบรมต้องทำกิจกรรมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอ

บทบาทผู้จัดการฝึกอบรม
    ในการจัดการฝึกอบรมแต่ละครั้ง บุคลาการที่มีหน้าที่ในการจัดฝึกอบรมแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท บุคลาการเหล่านี้มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไปตามภารกิจแต่ก็ล้วนมีความสำคัญต่อการจัดการฝึกอบรมทั้งสิ้น อาทิ เช่น
    ผู้บริหารองค์การ  เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ เวลา ให้คำปรึกษา แนะนำ จัดบุคลากรให้รับผิดชอบงานได้อย่างเหมาะสม เห็นคุณค่า และความสำคัญของการฝึกอบรม
    ผู้บริหารการฝึกอบรม  เป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรมจะต้องมีความรู้ ความสามารถหลายด้าน เช่น การวางแผน กำหนดโครงการ และการบริหารงบประมาณได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนเข้าใจนวัตกรรมการฝึกอบรม เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้บริหารงานฝึกอบรมเป็นบุคคลสำคัย จึงจำเป็นต้องพัฒนาตนเองและมีคุณสมบัติที่ดีหลายประการ คือ
 1.มีความรู้ความสามารถในการฝึกอบรม มีความคิดริเริ่มและคิดกว้างไกล
 2.เป็นนักประสานงานที่ดีสามารถทำงานกับทุกคนได้
 3.เป็นนักวางแผนและนักปฏิบัติที่ดี
 4.ศึกษาและมีความเข้าใจปรัชญา จิตวิทยาการฝึกอบรมจิตวิทยาผู้ใหญ่
 5.มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ยิ้มแย็มแจ่มใส มีความเป็นกัลยาณมิตรกับทุกคน
 6.มีความสามารถในการแก้ปัยหาได้ดี
 7.เป็นผู้กระตุ้นที่ดีเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมตื่นตัวและมีความกระตือรือร้น
 8.เป้นผู้คิดคำนึงถึงการให้มากกว่าการรับ และคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
 9.มีบุคลิกภาพและการแต่งกายที่ดี มีความเชื่อมั่นในตนเองและพูดมีศิลปะ
 10.เป็นผู้ให้ความร่วมมือ ส่งเสริม สนับสนุน เสนอแนะให้วิทยากรปฏิบัติงานตามบทบาทและภารกิจได้อย่างเต็มที่
 วิทยากร มีความสำคัญอย่างมากในเวทีการฝึกอบรม เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอด มีเทคนิคในการจัดสื่อ เครื่องมือตลอดจนการนำเสนอที่เหมาะสมกับเวลาและผู้เข้ารับการฝึกอบรม

   ผู้เข้ารับการอบรม มีส่วนสำคัญในการทำให้การอบรมสำเร็จถ้ามีความสมัครใจ เต็มใจ กระตือรือร้น และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรม ตลอดจนการนำความรู้ไปพัฒนางาน
   จะเห็นได้ว่าวิทยากรเป็นสื่อกลางที่มีบทบาทสำคัญมาก ในการทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และทัศนคติที่เหมาะสมเกี่ยวกับเรื่องที่อบรม จนกระทั่งเกิดการเรียนรู้และเป,ยนแปลงความคิดหรือพฤติกรรมตามที่ต้องการ

บทบาทและหน้าที่สำคัญของวิทยากร
   ในการจัดการฝึกอบรม ผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุด ที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้หรือช่วยให้การจัดการฝึกอบรมเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากน้อยเพียงใด ก็คือวิทยากรการฝึกอบรม วึ่งบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของวิทยากรมีอยู่ 6 ประการใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ

 1. จัดเตรียมหลักสูตรการฝึกอบรม กำหนดเป้าหมาย ปรัชญาของการฝึกอบรม และกำหนดรายละเอียดของเนื้อหาในการดำเนินการฝึกอบรม
 2. จัดเตรียมโปรแกรมการฝึกอบรม ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับผุ้เข้ารับการฝึกอบรมและนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการเตรียมโปรแกรมการฝึกอบรมจะเป็นไปอย่างละเอียดและรอบคอบ รวมทั้งจัดเตรียมทีมงานให้มีความพร้อมในการที่จะเป็นวิทยากรฝึกอบรม
 3. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นจะต้องใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกอบรม เช่น วีดีโอโปรเจคเตอร์ เครื่องฉายภาพทึบแสง แผ่นใสสี สไลด์ ฯลฯ
 4. ประสานงานในเรื่องการจัดเตรียมงาน เตรียมพร้อมทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการในการจัดฝึกอบรม เพื่อความสะดวกและราบรื่นในการดำเนินการตามโครงการ เช่น สถานที่ อาหาร ระบบไฟฟ้า แสง สี เสียง ฯลฯ
 5. ร่วมปรึกษาหารือทีมงาน เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมการฝึกอบรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สมาชิกผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจ บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งเอาไว้ซึ่งวิทยากรจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
 5.1 สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ วิทยากรการฝึกอบรม จะต้องเป็นผู้ที่สร้างบรรยากาศเพื่อจูงใจ ส่งเสริม และเร่งเร้าให้สมาชิกเกิดความสนใจที่จะเรียนรู้  รวมทั้งจัดประสบการณ์การเรียนรู้หลายรูปแบบที่จะช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากยิ่งขึ้น
 5.2 วิทยากรจะต้องเป็นผู้ที่ถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในฐานะนักวิชาการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมและวิทยากรจะต้องมีทัสนคติที่ดีต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้วย
 5.3 วิทยากรจะต้องทำตัวเป็นต้นแบบ เป็นแม่พิมพ์หรือเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม สิ่งใดที่วิทยากรต้องการให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมประพฤติปฏิบัติ วิทยากรควรประพฤติปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างด้วย เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ในเชิงวิชาการ
 5.4 วิทยากรจะต้องทำหน้าที่เป็นคตัวกลาง เชื่อมโยงและประสานความคิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อความหมายในการสร้างความเช้าใจให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เข้าใจถูกต้องตรงกัน พร้อมทั้งคอยชี้แนะและแก้ปัญหากลุ่มในบางโอกาส เพราะกระบวนการการเรียนรู้โดยอาศัยวิธีการเรียนจากกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เป็นไปในลักษระที่กลุ่มจะต้องแสดงความคิดและทำงานร่วมกันเป็นทีม
 6. เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการในการฝึกอบรม วิทยากรจะต้องทำหน้าที่ประเมินผลการฝึกอบรมว่าบรรลุเป้าหมายมากน้อยเพียงใด และแจ้งผลการประเมินให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ทราบด้วย
 
   จากที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่า วิทยากรเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การฝึกอบรมสัมฤทธิผลหรือล้มเหลว เพราะบทบาทในกระบวนการเรียนการสอนอยู่ที่วิทยากร ทุกคนเป็นวิทยากรได้ แต่จะเป็นวิทยากรที่ดีหรือไม่เพียงใดขึ้นอยู่กับการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ บุคลิกภาพ และคุณลักษณะดังต่อไปนี้
 1. วิทยากรจะต้องเป็นผู้มีบุคคลิกที่ดี เป็นที่น่าเชื่อถือ และเป็นกันเองกับผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์และจูงใจผู้เข้ารับการฝึกอบรม
 2. วิทยากรจะต้องมีทัศนคติที่ดีต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคน
 3. วิทยากรจะต้องมีทักษะในการฟังและการสั่ง ทั้งในรูปของถ้อยคำสำนวนภาษาและการจับใจความสำคัญ คือสามารถรับฟังคนอื่นได้อย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง และจะต้องเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น
 4. วิทยากรจะต้องไวต่อการรับความรู้สึกสามารถ อ่านใจสังเกตความต้องการของผู้อื่นและการวิเคราะห์สถานการณ์และถูกต้อง
 5. วิทยากรจะต้องใจกว้าง กล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดของตนเอง
 6. วิทยากรจะต้องเป็นผู้ที่มีความสนใจผู้อื่น ไม่ใช่เรียกร้องให้ผู้อื่นมาสนใจวิทยากร
 7. วิทยากรจะต้องเป็นนักมนุษย์สัมพันธ์ อ่านใจเขาใจเราไม่ยกตนข่มท่านหรือแสดงอำนาจ
 8. วิทยากรจะต้องไม่วิพากษ์วิจารณ์ หรือแปลพฤติกรรมของผู้อื่นโดยไม่จำเป็น
 9. วิทยากรจะต้องไม่เอาปัญหาของตนเองมาเป็นจุดสร้างความสนใจให้กับผู้อื่นจนกระทั่งลืมความต้องการหรือวัตถุประสงค์ของกลุ่ม
10. วิทยากรจะต้องมีเทคนิควิธีการรอบด้าน เพื่อช่วยให้ผู้รับการอบรมสนใจและเกิดความรู้
11. วิทยากรจะต้องรู้จักนำความคิดเห็นของผู้อื่นมาใช้ให้เป็นประโยชน์
12. วิทยากรจะต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ เชื่อมโยงความคิดและสรุปความคิดเห็นต่าง ๆ ได้ดี
13. วิทยากรจะต้องเป็นผู้ที่มีปฏิภาณไหวพริบดีเยี่ยม แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเหมาะสม

ขั้นตอนของการดำเนินการฝึกอบรม
   ในการฝึกอบรมแต่ละครั้ง แม้ว่าวิทยากรจะมีบทบาทเฉพาะในบางช่วงเวลาของการฝึกอบรมตามที่ได้พรรณนามาแล้วข้างต้นก็ตามแต่เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องการจัดการฝึกอบรมมากยิ่งขึ้น สมควรที่จะนำแผนของการดำเนินการฝึกอบรม 3 ขั้นตอนคือ การดำเนินงานก่อนการฝึกอบรม การดำเนินการระหว่างการฝึกอบรม การดำเนินงานหลังการฝึกอบรม มานำเสนอไว้ด้วยดังนี้


แผนดำเนินการฝึกอบรม
การดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ/กำหนดเวลา

การดำเนินการก่อนการฝึกอบรม
1. ติดต่อวิทยากรเป็นการภายใน พร้อมทั้งแจ้งรานละเอียดเกี่ยวกับการฝึกอบรมที่วิทยากรควรทราบ เช่น หัวข้อวิชานั้น ๆ จำนวนและคุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม วันและเวลาสำหรับหัวข้อนั้น ๆ เป็นต้น นอกจากนั้นจะต้องสอบถามวิทยากรเกี่ยว
กับการจัดรถรับ-ส่ง ดารจัดห้องฝึกอบรมอุปกรณ์ที่จะใช้ และ เอกสารประกอบสำหรับหัวข้อนั้น ๆ  
2. ติตด่อสอบถามสถานที่ดูงานหรือทัศนศึกษาเป็นการภายในพร้อมทั้งแจ้งวัตถุประสงค์ ขอบเขตของการดูงาน ตลอดจนจำนวนผู้เข้าชม วัน เวลาของการดูงาน 
3. จัดพิมพ์หลักสูตรและโครงการฝึกอบรม 
4. คัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เข้า
รับการฝึกอบรมสำหรับ
     - วิทยากร  ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่วิทยากรควรทราบ เช่น ชื่อ อายุ ตำแหน่ง
หน่วยงานต้นสังกัด วุฒิ ประสบการณ์การทำงาน   เป็นต้น
 ผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งมีรายละเอียดในเรื่อง ชื่อ ตำแหน่ง หน่วยงานต้นสังกัด
 ลงชื่อประจำวัน 
5. จัดเตรียมเงินที่จะใช้จ่ายในโครงการฝึกอบรม 
6. จัดเตรียมเอกสารพื้นฐานและเอกสารประกอบการฝึกอบรม 

7. จัดเตรียมประวัติวิทยากรในโครงการ 
8. จัดเตรียมแบบประเมินผลและสังเกตการณ์ของแต่ละรายวิชาและของโครงการโดยส่วนรวม 
9. การจัดเตรียมสถานที่(เช่น โต๊ะ เก้าอี้ แจกันดอกไม้ เป็นต้น) โสตทัศนูปกรณ์ (เช่น เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ แผ่นใส ที่เขียนแผ่นใส กระดานดำ เป็นต้น) และอุปกรณ์อื่น ๆ (เช่น ตะกร้า เอกสาร กรรไกร ที่เจาะกระดาษ ที่เย็บกระดาษ สก๊อตเทป ตะกร้าใส่ผง เป็นต้น) เพื่อใช้ในการฝึกอบรม 
10. ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่อง
     -การจัดและการใช้สถานที่ในการฝึกอบรม
     -การจัดรถรับ-ส่งวิทยากร และรับ-ส่งผู้เข้ารับการอบรมไปดุงาน
     -การจัดสถานที่จอดรถสำหรับวิทยากร
     -โสตทัศนูปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม
     -การจัดเลี้ยงเครื่องดื่มในพิธีเปิด-ปิดและระหว่างฝึกอบรม
     -การจัดพิมพ์เอกสาร
                                    ฯลฯ 
 
11. จัดทำกำหนดการพิะเปิดการฝึกอบรม 

12. ทำหนังสือเชิญวิทยากร และหนังสือขออนุญาตจากผู้บังคับบัยชาของวิทยากร พร้อมทั้ง รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกอบรม รายชื่อผู้เข้ารับการอบรม แบบประเมินผลการอบรมโดยวิทยากร 
13. ทำหนังสือถึงหน่วยงาน เพื่อขออนุญาตเข้าดูงานในหน่วยงานนั้น 
14. เตรียมร่างคำกล่าวรายงาน คำกล่าวในพิธีการเปิดการฝึกอบรม 
15. ทำหนังสือเชิญหัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้กล่าวรายงานในพิธีการเปิดการฝึกอบรม(ควรส่งล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์) 
16. ทำหนังสือเชิญผู้มีเกียรติมาร่วมในพิะเปิดการฝึกอบรมพร้อมทั้งแนบกำหนดการพิธีเปิด 
17. จัดป้ายต่าง ๆ คือ
     -ป้ายวิทยากร(ตั้งโต๊ะ)
     -ป้ายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม(ตั้งโต๊ะ ติดเสื้อ)
     -ป้ายลงทะเบียน
     -ป้ายบอกทางมายังห้องฝึกอบรม 
18. เตรียมแฟ้มสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม ประกอบด้วย
     -กำหนดการพิธีเปิดการฝึกอบรม
     -รายละเอียดโครงการ
     -เอกสารพื้นฐาน
     -กระดาษจดบันทึก
     -รายชื่อผู้เข้ารับการอบรม 
19. เตรียมแฟ้มลงทะเบียน แฟ้มเซ็นชื่อ 
20. เตรียมวุฒิบัตร 
21. เตรียมการทั่วไปสำหรับวันเปิดการฝึกอบรม
     -สถานที่ ได้แก่ โต๊ะหมู่บุชา โต๊ะ เก้าอี้ ไมโครโฟน
ดอกไม้ ธูปเทียน
     -ต้อนรับประธาน ผู้มีเกียรติ ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
     -รับลงทะเบียน
     -การเลี้ยงน้ำชา
     -เตรียมสำเนาร่างคำกล่าวรายงาน และคำกล่าวในพิธีเปิดการฝึกอบรม
     -ส่งร่างคำกล่าวถึงประธานและผู้กล่าวรายงานก่อนวันพิธีเปิด 1 วัน      
22. เรียนตเอนประธานและผู้กล่าวรายงานก่อนวันพิธีเปิด 

การดำเนินการระหว่างฝึกอบรม 
1. จัดเตรียมแฟ้มเซ็นชื่อประจำวัน 
2. จัดเตรียมเอกสารที่จะแจกแต่ละวันและกระดาษบันทึก 
3. จัดเตรียมสถานที่(จัดโต๊ะ เปลี่ยนป้ายชื่อวิทยากร เปลี่ยนป้ายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม) โสตทัศนูปกรณ์(เครื่องขยาย
เสียง เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะแผ่นใส ที่เขียนแผ่นใสฯลฯ) 
4. เตือนวิทยากรก่อนการบรรยายล่วงหน้า 1 สัปดาห์ 
5. เตรียมเครื่องดื่มสำหรับวิทยากรและผู้เข้ารับการฝึกอบรม 
6. เตรียมรถรับ-ส่งวิทยากรหรือสถานที่จอดรถสำหรับวิทยากร 

7. เตรียมวิทยากรแทนหรือจัดกิจกรรมทดแทน ในกรณีวิทยากรไม่มา 
8. ต้อนรับ อำนวยความสะดวก ส่งวิทยากร 
9. แนะนำและขอบคุณวิทยากร 
10. จัดเตรียมเงินสมนาคุณวิทยากร 
11. อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม 
12. สังเกตุการฝึกอบรมตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมตลอดจนดูแลเวลาให้เป็นไปตามกำหนดการ 
13. แจกแบบประเมินผล รวบรวมผลจากการประเมิน เพื่อทำการวิเคราะห์และปรับปรุงแก้ไข 
14. จัดทำกำหนดการพิธีปิดการฝึกอบรม 
15. จัดเตรียมวุฒิบัตร และเสนอเซ็นล่วงหน้า 
16. ร่างคำกล่าวรายงานและคำกล่าวปิดการฝึกอบรม 
17. ทำหนังสือเชิญประธานปิกการฝึกอบรม และแจกวุมิบัตรพร้อมทั้งแนบคำกล่าวปิดการฝึกอบรม และกำหนดการพิธีปิดการฝึกอบรม 
18. ทำหนังสือเชิญวิทยากรและผู้มีเกียรติในพิธีปิดการฝึกอบรมพร้อมทั้งแนบกำหนดการพิธีปิดการฝึกอบรม 
19. ทำหนังสือขอบคุณวิทยากรและหน่วยงานที่ให้การอนุเคราะห์ช่วยเหลือต่าง ๆ  
20. ทำหนังสือส่งตัวผู้เข้ารับการฝึกอบรมกลับคืนต้นสังกัด 
21. เตรียมการทั่วไป สำหรับวันปิดการฝึกอบรม(กิจกรรมส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกับวันเปิดการฝึกอบรม) 

22. จัดเตรียมแบบทดสอบหลังการฝึกอบรม แบบประเมินผลโครงการ และให้ผู้รับการฝึกอบรมประเมินผลในวันสุดท้ายของการฝึกอบรม 

ระยะหลังการฝึกอบรม
     1.ส่งหนังสือขอบคุณวิทยากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 
     2.ส่งหนังสือส่งตัวผู้เข้ารับการฝึกอบรมกลับคืนต้นสังกัด 
     3.รวบรวมและวิเคราะห์ผลการฝึกอบรม 
     4.รายงานผลการฝึกอบรมต่อฝ่ายบริหาร 
     5.ติดตามผลการฝึกอบรม 
     6.รวบรวมและวิเคราะห์ผลที่ได้จากการติดตาม และทำรายงานเสนอต่อฝ่ายบริหาร 
     7.จัดการเรื่องการเงิน โดยนำหลักฐานการจ่ายเงินต่าง ๆ ในโครงการมอบให้ฝ่ายการเงิน 
     8.เป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานระหว่างผู้รับการฝึกอบรมต่อไป 
     9.จัดทำเนียบรุ่นผู้เข้ารับการฝึกอบรม 

หมายเหตุ  แผนการดำเนินการฝึกอบรมนี้เสนอเป็นเพียงตัวอย่างหรือแนวทางเท่านั้น ซึ่งผู้ดำเนินการฝึกอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปปรับมใช้ได้ตามความเหมาะสม

ประโยชน์ของการฝึกอบรม
 ข้อสรุปของการจัดการฝึกอบรมอาจนำเสนอได้โดยประโยชน์ที่เกิดขึ้นในระดับต่าง ๆ ทั้งต่อบุคลากร หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ดังนี้
ประโยชน์ต่อหน่วยงาน
     1. เพื่อเพิ่มรายได้และผลกำไรของหน่วยงาน
     2. เพื่อลดค่าใช้จ่ายหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่หน่วยงาน
     3. เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงาน สามารถขยายงานได้อย่างต่อเนื่องทั้งในแนวตั้งและแนวนอน
     4. เพื่อป้องกันปัญหาโดยการเสริมสร้างความรู้ ควงามเข้าใจกับบุคลากรเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างการปฏิบัติงานได้
     5. เป็นกรรมวิธีที่ก่อให้เกิดความสามัคคีของบุคลากรที่ทำงานในหน่วยงานเดียวกัน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณืซึ่งกันและกันช่วยให้เกิดความเข้าใจกันมทากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ต่อหัวหน้างาน
     1. ทำให้ผลงานรวมของหน่วยงานสูงสุดทั้งปริมาณและคุณภาพ
     2. ลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ การควบคุมและการทำงานแทนผู้บังคับบัญชา
     3. ทำให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีความไว้วางใจในความสามารถในการบริหารงาน

ประโยชน์ต่อผู้เข้ารับการอบรม
     1. เสริมสร้างความรู้ใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและสร้างวิสัยทัศน์
     2. พัฒนาบุคลิกภาพของตนเองและปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับภารกิจที่ต้องปฏิบัติ
     3. สามารถปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายได้ทั้งในเชิงปริมาณและคุรภาพ
     4. เสริมสร้างขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นในตนเอง มีความพร้อมในการปฏิบัติงานสูง
     5. เกิดความมุมานะพยายามพัฒนางานเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต(ตำแหน่งงาน)
 




ข้อมูลและสื่ออบรมการเป็นวิทยากร
- วิทยากร7 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
- วิทยากร6 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
- วิทยากร5 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
- วิทยากร4 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
- วิทยากร3 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
- วิทยากร2 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
- วิทยากร1 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
- วิทยากร0 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
- การพูด [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:38 น.]
ดูทั้งหมด

Engine by MAKEWEBEASY