สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 28
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 836
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,313,367
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
20 สิงหาคม 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
  
10  11  12 
13  14  15  16  17  18  19 
20  21  22  23  24  25  26 
27  28  29  30  31     
             
  ข้อมูลและสื่ออบรมการเป็นวิทยากร
วิทยากร2
[27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]จำนวนผู้เข้าชม 4312 คน

บทที่ ๒
วิทยากรกับการพูด

      การพูดเป็นวิธีการสื่อสารที่สำคัญที่สุดของคนเรา และเป็นทักษะที่จะเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญอย่างต่อเนื่องเพราะการพุดเป็นศิลปและปัจจัยที่จะส่งผลให้บุคคลนั้นประสบผลสำเร็จในการสื่อสาร ตลอดจนการแสดงถึงความคิดหรือบอกในสิ่งที่ตนเองคิดเพื่อให้ผู้รับฟังเกิดความเข้าใจ และพึงพอใจในที่สุด

      วิทยากรเป็นผู้มีหน้าที่และบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้เข้ารับการอบรม เพราะฉะนั้นการพูดจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับวิทยากร วึ่งวิทยากรจะต้องศึกษาหลักการ แนวคิดและวิธีการ พัฒนาการพูดตลอดถึงการฝึกหรือการสร้างประสบการณ์ให้กับตนเองให้มาก จนเกิดความชำนาญจะทำให้การปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ของวิทยากรเกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

     การพูดเป็น “ศาสตร์” ที่สามารถศึกษาได้ การพูดเป็น “ศิลป” ที่สามารถฝึกฝนได้ ฉะนั้นผู้ที่ทำหน้าที่เป็นวิทยากรสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ศึกษาจากการอ่านหนังสือตำรารายการโทรทัศน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฟังจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ รายการวิทยุ วงสนทนา การประชุมสัมมนา การฝึกอบรม ฯลฯ และสามารถที่จะฝึกพูดและหาโอกาสพูเพื่อเป็นการฝึกประสบการณ์ให้เกิดความชำนาญ

     เพื่อพัฒนาไปสู้ความสามารถในการพูดที่ดี วิทยากรควรให้ความสนใจกับหลักการและวิธีการต่าง ๆ เกี่ยวกับการพูด ซึ่งอาจจะสรุปเป็นสาระสำคัญที่น่าสนใจได้หลายประเด็นคือ
บุคลิกภาพและคุณสมบัติที่ดีของนักพูด
 
     ขณะที่วิทยากรไปปรากฎกายต่อหน้าผู้เข้ารับการอบรมนั้น ความสนใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมมิได้อยู่ที่คำพูดหรือ
เนื้อหาที่วิทยากรกล่าวถึงแต่เพียงอย่างเดียว บุคลิกภาพของวิทยากรก็เป็นจุดสนใจอีกประการหนึ่งด้วยควบคู่ไปกับเนื้อหา
สาระที่วิทยากรแสดงออกมาด้วยการพูด ดังนั้นวิทยากรจึงควรเอาใจใส่ในเรื่องของบุคลิกภาพของวิทยากรด้วย ในเรื่องนี้อาจ
พิจารณาถึงองค์ประกอบในด้านบุคลิกภาพและคุณสมบัติได้จากตารางต่อไปนี้

บุคลิกภาพ คุณสมบัติ
๑. รูปร่างหน้าตา ๑. ความเชื่อม่นในตนเอง
๒. การแต่งกาย ๒. ความกระตือรือร้น / ตั้งใจ
๓. การปรากฏตัว ๓. ความรอบรู้
๔. กิริยาท่าทาง ๔. ความคิดริเริ่ม
๕. การสบสายตา ๕. ความจำ
๖. การใช้น้ำเสียง ๖. ความจริงใจ
๗. การใช้ถ้อยคำภาษา ๗. ปฏิภาณไหวพริบ
๘. ความรับผิดชอบ
๙. อารมณ์ขัน
 
      นอกจากคุณสมบัติ ๙ ประการในตารางข้างต้นแล้ว นักพูดหรือวิทยกรที่ดียังควรมีคุณสมบัติอีก ๕ ประการ คือ  “ เป็นนัก
ฟัง ยังศึกษา ท้าวิจารณ์ งานริเริ่ม เติมความสุข “
ซึ่งขยายความให้สมบูรณ์ได้ว่า
  ๑. เป็นนักฟังที่ดี
  ๒. ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ
  ๓. ยอมรับฟังคำวิจารณ์
  ๔. เป็นตัวของตัวเอง
  ๕. มีความสุขในการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น

ทฤษฎีการพูด
    ทฤษฎีการพูดมีอยู่หลายทฤษฎีด้วยกัน แต่ที่น่าสนใจได้แก่ ทฤษฎี ๓ สบาย ของ รอ.ดร.จิตรจำนงค์   สุภาพ  ซึ่งผู้เสนอทฤษฎีได้ให้ข้อสรุปของทฤษฎี ๓ สบาย  (The Theory Of Three Pleasant Speech) หมายถึงการพูดที่ฟังสบายหู ดูสบายตา พาสบายใจ
    ฟังสบายหู  ได้แก่การพูดด้วยวจีสุจริต รู้จักการใช้ถ้อยคำภาษาที่ถูกต้องรู้จักใช้เสียงและการพุด ที่มีจังหวะถูกต้อง
เหมาะสม
   ดูสบาย  ได้แก่บุคลิกภาพมาตรฐานเบื้องต้น ศิลปการแสดง การพูดเบื้องต้น การแสดงท่าทางประกอบดี
   พาสบายใจ  ได้แก่การเลือกเรื่องดี การเตรียมการพูดที่ดี การจัดลำดับความคิด การสร้างโครงเรื่องดี
  การพูดที่ฟังสบายหู ดูสบายตา และพาสบายใจนี้เจ้าของทฤษฎีได้เสนอไว้ด้วยว่าผู้พูดจะจ้องพูดจากหัวใจทั้งสี่ห้องคือ
  พูดจากใจ  คือการแสดงออกมาจากความจริงใจไม่เสแสร้ง มีความมั่นใจ แน่ใจในตัวผู้ฟัง
  ที่ขึ้นใจ  คือเข้าใจเรื่องที่พูดแย่างกระจ้างแจ้ง ถูกต้องไม่โมเมยกเมฆหรือเดา
  ด้วยความตั้งใจ  คือมีความอยากจะพุดกระตือรือร้น กระฉับกระเฉงไม่เฉื่อยชา หรือแสดงอาการลักษณะเบื่อเซ็ง
  จนสุดใจ  คือเปรียบเสมือนการสวมวิญญาณ ลงไปในคำพูดแต่ละคำอย่างมีชีวิตชีวา มีความรู้สึกเหมือนกับตัวเองอยู่ในสถานการณ์นั้นจริง ๆ 
 
   ผู้เขียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าที่สุดของการพูดทุกครั้ง ควรจะใช้ทฤษฎี ๓ สบาย ประกอบการพูดให้มากที่สุดและควรจะยึดบันได ๑๓ ขั้นที่นำไปสู้ความสำเร็จในการพูด ตามที่เจ้าของทฤษฎีเสนอแนะไว้ดังนี้คือ
 ๑. เตรียมให้พร้อม
 ๒. ซักซ้อมให้ดี
 ๓. ท่าทีให้สง่า
 ๔. หน้าคาให้สุขุม
 ๕. ทักที่ประชุมไม่วกวน
 ๖. เริ่มต้นให้โน้มน้าว
 ๗. เรื่องราวกระชับ
 ๘. ตากจับที่ผู้ฟัง
 ๙. เสียงดังให้พอดี
 ๑๐.อย่าให้มีเอ้อ อ้า
 ๑๑.ดูเวลาให้พอครบ
 ๑๒.สรุปจบให้จับใจ และ
 ๑๓.ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดการพูด

หลักการพัฒนาการพูด
 ๑. อ่านหนังสือ ได้ฟังหรือพบประโยคหรือวลี คำกลอน คำขวัญ สำคัญ ๆ ที่ดีมีคุณค่าจดไว้เป็นข้อมูล
 ๒. จัดลำดับความคิดที่จะพุดให้สอดคล้องกันหรือร้อยรัดเหมือนเขียนเรียงความ
 ๓. พูดจากหัวใจที่จริงใจด้วยความตั้งใจ
 ๔. วิเคราะห์หรือหยั่งสถานการณ์การพูดการฟัง
 ๕. ก่อนพูด เตรียมตัว เตรียมร่างกายให้พร้อม
 ๖. เตรีนมเครื่องช่วยพูดให้พร้อม
 ๗. ต้องพูดให้ได้เหมือนกับการเขียน
 ๘. ระลึกเสมอว่าการพูดนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
 ๙. กำหนดหรือลำดับเรื่องไว้ในใจและจำให้ขึ้นใจ

ข้อพึงหลีกเลี่ยงในการพูด
 ๑. อย่าออกตัว เช่น วันนี้เตรียมมาไม่พร้อมพูดไม่ดี
 ๒. อย่าขออภัย เช่น การพูดอาจผิดพลาด
 ๓. อย่าถ่อมตัว เช่น ผมไม่ใช่คนเก่งมีประสิทธิภาพน้อย
 ๔. อย่าอ้อมค้อม เช่น บรรยายไปเรื่อย ๆ ขาดจุดเด่นที่น่าสนใจ

ถ้อยคำที่วิทยากรควรหลีกเลี่ยงในการขึ้นต้นหรือลงท้าย
 “ ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาพูดในวันนี้ ”
 “ เตรียมมาไม่เต็มที่ ดังนั้นหากผิดพลาดไป ขอโทษ ”
  “ ผมพูดมาก็มากแล้วจึงขอจบเพียงเท่านี้ ”
 “ ข้าพเจ้าไม่มีอะไรจะกล่าวอีกแล้ว จึงใคร่ขอยุติไว้เพียงแค่นี้สวัสดีครับ “
 “ ที่พูดมาทั้งหมดนั้น หวังว่าคงเป็นประโยชน์แก่ท่านไม่มากก็น้อย ขอบคุณมากครับ สวัสดี”
 “ ความคิดของดิฉันก็มีเพียงเท่านี้แหละค่ะ ขอบคุณท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์ฟังดิฉันพูดจนจบ”

ข้อแนะนำสำหรับวิทยากร  เมื่อลงจากเวทีแล้ว สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ
 ๑. ควบคุมจิตใจให้สงบ
 ๒. อย่ารู้สึกเสียดายถ้อยคำบางคำที่ลืมพูด
 ๓. ไม่หลงระเริงคำสรรเสริญเยินยอ
 ๔. อดทนฟังคำวิจารณ์ของผู้อื่นอย่างสนใจ
 ๕. บันทึกข้อบกพร่องเพื่อพิจารณาแก้ไขต่อไป

สรุป
    การพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ มนุษย์เกือบทุกคนพูดได้ตั้งแต่วัยเด็กและมีการพัฒนาการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารมาโดยตลอด แต่มิได้หมายความว่ามนุษย์ทุกคนจะพูดเป็น จึงมีคำพังเพยที่ว่า “ คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง ” การเป็นวิทยากรที่ดีต้องประกอบด้วยบุคลิกภาพและคุณสมบัติหลายประการ รวมถึงการใช้พลังทั้งหมดประสานกัน ระหว่างกายกับจิต ปฏิภาณไหวพริบ ถ่ายทอดออกสู่ผู้ฟังโดยใช้ พลังจิต ภาษาพูด ภาษาท่าทาง ที่ได้รับการเตรียมการ ฝึกฝนมาอย่างดีย่อมจะก่อให้เกิดการประสบความสำเร็จสูง

พูดดี มีสาระ น่าศรัทธา

คิดให้รอบคอบ   ชอบด้วยใจความ  งดงามด้วยถ้อยคำ
จดจำด้วยสาระ   เสริมทักษะด้วยคารม  ประสมด้วยตัวอย่าง
กระจ่างด้วยเหตุผล  แยบยลด้วยกลวิธี  มีมนุษยสัมพันธ์
พูดจบแล้วนั้นประทับใจ

        (สุนีย์  สินธุเดชะ)




ข้อมูลและสื่ออบรมการเป็นวิทยากร
- วิทยากร7 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
- วิทยากร6 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
- วิทยากร5 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
- วิทยากร4 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
- วิทยากร3 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
- วิทยากร2 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
- วิทยากร1 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
- วิทยากร0 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
- การพูด [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:27 น.]
ดูทั้งหมด

Engine by MAKEWEBEASY