สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 50
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 1,683
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,547,936
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
14 ธันวาคม 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
     
10  11  12  13  14  15  16 
17  18  19  20  21  22  23 
24  25  26  27  28  29  30 
31             
  ข้อมูลและสื่ออบรมการเป็นวิทยากร
วิทยากร0
[27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]จำนวนผู้เข้าชม 6113 คน

บทที่ ๑
บทบาทและเทคนิคการเป็นวิทยากร

      การเป็นวิทยากรนั้นใคร ๆ ก็เป็นได้ แต่การเป็นวิทยากรที่ดีคงไม่ง่ายอย่างที่คิดกัน เพราะการทำหน้าที่วิทยากรมีความจำเป็นต้องอาศัยการพูดหรือการสื่อสารเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝนอบรมเป็นอย่างดีก็คงจะทำหน้าที่วิทยากรได้ไม่สำเร็จหรือสำเร็จได้ก็ไม่ดีเปรียบไปแล้วการพูดก็เหมือนการว่ายน้ำ ถ้ามัวแต่อ่านหรือท่องตำราโดยไม่ลงน้ำหรือกระโดดลงน้ำเสียบ้างก็ไม่อาจจะว่ายน้ำเป็นได้เลย ผู้ที่ศึกษา หลักการ ทฤษฎี วิชาว่ายน้ำเพียงแต่อ่านตำราก็คงจะจมน้ำตายเมื่อต้องลงสระเสมือนผู้ที่ศรัทธาวิชาการพูด เพียงแต่ศึกษาทฤษฎีก็อาจตกม้าตายเมื่อขึ้นเวที

      ดังนั้น การเป็นวิทยากรที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ เทคนิคต่าง ๆ ในหลาย ๆ ด้าน เช่นการพูด การสื่อสาร การจัดกิจกรรม ฯลฯ ตลอดจนจะต้องเป็นผู้มีคุณลักษณะที่จำเป็นอีกมากมายซึ่งจะได้นำเสนอต่อไป
 
วิทยกรคือใคร

       วิทยากร คือ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นตัวการสำคัญ ที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรม เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดทักษะ เกิดทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องที่อบรม จนกระทั่งผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู้และสามารถจุดประกายความคิด เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ หรือพฤติกรรมไปตามวัตถุประสงค์ของเรื่องหรือวิชานั้น ๆ 
 
     พิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่าวิทยากรควรมีบทบาทที่สำคัญหลายระการตามแผนภูมิต่อไปนี้

วิทยากร
(RESOURCE PERSON)

 

ผู้บรรยาย         
(LECTURER)         
ผู้ทำให้เกิดการเรียนรู้
(INSTRUCTOR)
ผู้สอน           
 (TEACHER)             
ผู้ฝึก
(TRAIINER)

พี่เลี้ยง
(MENTOR)


      เมื่อทราบความหมายและบทบาทของวิทยากรแล้วก็ควรพิจารณาด้วยว่าทำอย่างไรจึงจะเป็นวิทยากรที่ดีและมีประสิทธิภาพได้กรณี
นี้มีผู้รู้ได้กล่าวถึงไว้อย่างหลากหลายต่างกรรมต่างวาระกันอันอาจจะสรุปรวมเป็นคุณสมบัติ ของวิทยากรที่ดีและมีประสิทธืภาพได้ดังนี้
๑ คุณลักษณะทั่วไป
๑. มั่นใจในตนเอง เตรียมพร้อม ซ้อมดี มีสื่อและวิธีการ ที่เหมาะสม
๒. เป็นคนช่างสังเกต คอยสังเกตพฤติกรรมทางกาย วาจา ตลอดจนกระบวนการกลุ่มของผู้เข้ารับการอบรม
๓. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
๔. แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง
๕. มีการวางแผนที่ดี ทั้งเนื้อหาและลำดับขั้นตอนการนำเสนอรวมทั้งสื่อและเครื่องมือการสื่อสาร
๖. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและประสานงานเก่ง
๗. มีบุคลิกภาพที่ดี
๘. มีความเป็นกัลยาณมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง คอยช่วยเหลือด้วยน้ำใจ มีความเมตตา ยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคลและมีความเห็นใจของผู้เข้ารับากรอบรม
๙. เป็นนักประชาธิปไตย มีความยืดหยุ่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่สรุปตัดบทง่าย ๆ เมื่อมีผู้เสนอความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป
๑๐.มีความจิรงใจในการถ่ายทอดความรู้
๑๑.ปฏิบัติตนต่อผู้เข้ารับการอบรมอย่างเสมอภาค ทัดเทียม วางตนเหมาะสมกับทุกคน
๑๒.มีแบบฉบับลีลาที่เป็นของตนเองยอมรับจุดเด่นและจุดด้อยของตนและ มึความภูมิใจและเข้าใจ ในบุคลิกภาพของตนเอง และใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ การเป็นวิทยากร

๒. ต้องรู้จริง
 ๑. ต้องเป็นคนรอบรู้ ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ
 ๒. ต้องรู้รายละเอียดในเรื่องนั้นอย่างเพียงพอ
 ๓. ต้องเข้าใจเหตุผลของรายละเอียดนั้น
 ๔. ต้องรู้สมมติฐานหรือความเป็นมาของสิ่งนั้น
 ๕. ต้องสามารถประยุกต์สิ่งนั้นให้เห็นเป็นจริงได้

๓. ถ่ายทอดเป็น
 ๑. มีเทคนิคต่าง ๆ เช่น การบรรยาย การนำอภิปราย การสัมมนา กรณีศึกษา การจัดกิจกรรม ฯลฯ เพื่อทำให้เกิดความรู้ เข้าใจง่าย
ได้สาระ
 ๒. พูดเป็น คือ พูดแล้วทำให้ผู้ฟังเข้าใจตามที่พูดได้อย่างรวดเร็ว สามารถพูดเรื่องยาก ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย
 ๓. ฟังเป็น คือ ตั้งใจฟัง ฟังให้ตลอด ขณะที่ฟังต้องควบคุมอารมณ์ ขณะที่ฟังอย่าคิดคำตอบทันที และเท่อฟัง จงฟัง เอาความหมายมากกว่าถ้อยคำ
 ๔. นำเสนอเป็นประเด็นปละสรุปประเด็นให้ชัดเจน
 ๕. มีอารมณ์ขัน สร้างบรรยากาศในการอบรมได้อย่างเหมาะสม
 ๖. มีประสิทธิภาพในการอบรม สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีเข้ากับการปฏิบัติได้ดี มองเห็นเป็นรูปธรรม
 ๗. ใช้ภาษาพูดได้ดี ใช้ภาษาง่าย ๆ รู้จักเลือกภาษาให้ตรงกับเนื้อหาและตรงกับความต้องการและพื้นฐานความรู้ของผู้ฟัง

๔. มีหลักจิตวิทยาในการสอนผู้ใหญ่
 ๑. ความสนใจในการรับฟังจะเกิดขึ้นจากการรับรู้ถึงเรื่องที่วิทยากรจะพูดหรือบรรยาย
 ๒. มุ่งประโยชน์ในการรับฟังเป็นสำคัญ
 ๓. จะตั้งใจแลเรียนรู้ได้ดี ถ้าวิทยากรแยกเรื่องที่สอนออกเป็นประเด็น / ขั้นตอน
 ๔. จะเรียนรู้ได้ดีถ้าได้ฝึกปฏิบัติไปด้วยพร้อม ๆ กับการรับฟัง
 ๕. จะเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ถ้าฝึกแล้วได้ทราบผลของการปฏิบัติอย่างรวดเร็ว
 ๖. จะ เรียนรู้ได้ดีเมื่อมีการฝึกหัดอยู่เสมอ
 ๗. จะเรียนรู้ได้ดีเมื่อเปิดโอกาสให้ใช้เวลาในการทำความเข้าใจ อย่าเร่งรัด เพราะแต่ละคนมีความสามารถในการเรียนรู้ต่างกัน

๕. มีจรรยาบรรณของวิทยากร
 ๑. เมื่อจะสอนต้องมั่นใจว่ามีความรู้จิรงในเรื่องที่จะสอน
 ๒. ต้องมุ่งประโยชน์ของผู้ฟังเป็นที่ตั้ง
 ๓. ไม่ควรฉกฉวยโอกาสในการเป็นวิทยากรเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
 ๕. ความประพฤติและการปฏิบัติตนของวิทยากร ควรจะสอดคล้องกับเรื่องที่สอน

 นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะที่สำคัญในการเป็นวิทยากรที่ควรเสนอไว้เพิ่มเติมอีกด้วยว่าวิทยากรที่ดีจะ
 ๑. ต้องมีกิจกรรมมากกว่าการบรรยาย
 ๒. ต้องมีการเตรียมตัวที่ดี
 ๓. ต้องมีสื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี
 ๔. ต้องมีกิจกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อหา เวลา และตรงเวลา
 ๕. ต้องให้คนติดใจในการเรียนรู้ มิใช่ติดใจในลีลาการแสดงเพราะวิทยากรไม่ใช่นักแสดง
 ๖. ต้องคำนึงอยู่ตลอดเวลาว่าวิทยากรมีหน้าที่ไปทำให้เขารู้อย่าไปอวดความรู้แก่เขาและวิทยากรไม่มีหน้าที่พูดให้คนอื่นงง
เทคนิคการเตรียมตัวเป็นวิทยากรที่ดี
 
     บางคนเชื่อว่าการเป็นวิทยากรที่ดีเกิดจากพรสวรรค์แต่บางท่านก็เชื่อว่าเกิดจากพรแสวง จะโดยพรประเภทใดก็ตามวิทยากรที่ดีก็ควรจะรู้จักเทคนิควิธีการเตรียมตัว ซึ่งอาจกระทำได้หลายวิธีด้วยกันกล่าวคือ
 ๑. การหาข้อมูล โดยวิธีต่าง ๆ เช่น
 ๑.๑ อ่านตำราหลาย ๆ ประเภท
 ๑.๒ ฟังจากคนอื่นเล่า หรือฟังจากเทปวิทยุ
  ๑.๓ ศึกษาจากวิดีทัศน์ รายการโทรทัศน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์

 ๒. สะสมข้อมูลต่าง ๆ โดยจัดเก็บเป็นระบบหรือแบ่งเป็นประเภทเช่น
 ๒.๑ ประเภทเพลง
 ๒.๒ ประเภทคำขวัญ คำกลอน สุภาษิต คำคม คำพังเพย และคำปรพันธ์ต่าง ๆ
 ๒.๓ ประเภทคำผวน
 ๒.๔ ภาษาหักมุม (คิดสวนทางเพื่อให้ผู้ฟังฮา)
 ๒.๕ ลูกเล่นเป็นชุด หรือประเภทนิทานสั้น ๆ
 ๒.๖ ประเภทเชาว์ เช่น คำถามอะไรเอ่ย ฯลฯ
 ๒.๗ ประเภทเกมหรือกิจกรรม

๓. ศึกษาข้อมูลแต่ละประเภท พยายามจับประเด็นและหักมุมนำเข้าในเรื่องที่จะเสนอให้ได้
๔. หัดเล่า ให้เพื่อนหรือคนอื่นฟังในวงเล็ก ๆ ก่อนโดยคำนึงถึง
 ๔.๑ การเริ่มเล่าให้เด็กฟังและขยายวงถึงผู้ใหญ่
 ๔.๒ ต้องพยายามหักมุมตอนท้ายให้ได้
 ๔.๓ ใช้น้ำเสียงที่เหมาะสมในการเล่า 
 ๔.๔ ใช้ลีลาหรือกิริยาท่าทางประกอบการเล่า

      อย่างไรก็ดีมีผู้เปรียบเทียบว่าการเป็นนักพูดหรือวิทยากรที่ดีก็เหมือนกับเด้กหัดขี่จักรยานนั่นเอง โดยยกตัวอย่างแสดงไว้ให้เห็นชัดเจนดังนี้
๑. เด็กอยากได้จักรยาน :    อยากเป็นวิทยากรมืออาชีพ
๒. หัดขี่แล้วมักจะล้ม :    ฝึกพูดอาจจะไม่สำเร็จในบางครั้ง
๓. หัดขี่ให้เป็น  :   ฝึกพูดให้เป็นวิธีการ / หลักการ
๔. ขี่ทุกวันก็จะเกิดความชำนาญ :   ฝึกหรือแสดงบ่อย ๆ จะชำนาญ

เทคนิคการสร้างการจูงใจ / อารมณ์ขัน   
      วิทยากรสามารถเรียนรู้ และสรรหาเทคนิควิธีการต่าง ๆ มาใช้ในการทำหน้าที่วิทยากร เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ความมั่นใจ ตลอดจนมีบรรยากาศทีดีในการฝึกอบรม ทำให้วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมมีความสุขในการร่วมกิจกรรมการฝึกอบรม บรรลุจุดประสงค์ที่ วางไว้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้ เช่น
 ๑. การสร้างข้อตกลงก่อนการบรรยาย
  เช่น ก่อนบรรยายอาจสร้างข้อตกลงเบื้องต้นดังนี้
ข้อตกลงเบื้องต้นก่อนบรรยาย ๓ ประการ
 ขณะที่ผู้เข้ารับการอบรมนั่งฟังวิทยากรบรรยาย ถ้าผู้เข้ารับการอบรมนั่งฟังวิทยากรบรรยาย ถ้าผู้เข้ารับการอบรมเกิดความซาบซึ้ง (ง่วง) วิทยากรอนุญาตให้แสดงพฤติกรรมได้ใน ๓ กรณี ดังนี้
 กรณีที่ ๑ ฟังแล้วใช่ กรณีผู้เข้ารับการอบรมง่วงนอนก็จะหลับตาลงเบา ๆ แล้วพยักหน้า (ฮา)
 กรณีที่ ๒ ฟังแล้วเห็นด้วย กรณีผู้เข้ารับการอบรมง่วงนอนมากก็จะหลับตาพยักหน้าก้มลงลึก ๆ (ฮา)
 กรณีที่ ๓ ฟังแล้วเห็นด้วยอย่างยิ่ง กรณีที่ผู้เข้ารับการอบรมง่วงนอนมาก ๆ ก็จะหลับตาสับปะหงกโดยแหงนหน้าขึ้นข้างบน (ฮา)
 วิทยากร   :   ชี้แนะต่อไปว่ากรณีที่ ๓ ขออย่างเดียวอย่ากรนเพราะจะทำให้รบกวนสมาธิคนที่อยู่ข้าง ๆ หรือระวังจะตกจากเก้าอี้ (ฮา)
คำถามจากผู้บรรยาย
ใครเข้าใจ  ยกมื อขึ้น
ใครไใม่เข้าใจ  ยกมือขึ้น
ใครไม่ยกมือ  ยกมือขึ้น

๒. การเล่าเรื่องโดยใช้คำกลอนช่วย เช่น
 วิทยากร :  เล่าว่า วันหนึ่งตีนได้พูดกับตาว่า “ ตีน มีบุญคุณกับตากมาก แล้วก็ยกกลอน ตีนกับตา (ตีนซิแน่) เล่าให้ตาฟังดังนี้
 ตีนซิแน่
  ตีนกับตา อยู่กันมา แสนผาสุก
 จะนั่งลุก ยืนเดิน เพลินหนักหนา
 มาวันหนึ่ง ตีนทะลึ่ง เอ่ยปรัชญา
 ว่ามีคุณ แก่ตา เสียจริงจริง
  ตีนช่วยพา ตาไป ที่ต่าง ๆ
 ตาจึงได้ ชมนาง และสรรพสิ่ง
 เพราะฉะนั้น ดวงตา จงประวิง
 ว่าตีนนี้ เป็นสิ่งควรบูชา

วิทยากร : หลังจากตาได้ฟังตีน ก็รู้สึกหวั่นไส้และโมโห ตา จึงพูดกับตีนว่า ที่จริงตาสำคัญกว่า ตีน โดยยกกลอน ตีนกับตา (ตาก็แน่) เล่าให้ตีนฟังดังนี้
 
ตาก็แน่
 ตาได้ฟัง ตีนคุยโม้ ก็หมั่นไส้
จึงร้องบอก ออกไป ด้วยโทสา
ว่าที่ตีน เดินเหินได้ ก็เพราะตา
ดูมรรคา เศษแก้วหนาม ไม่ตำตีน
 เพราะฉะนั้น ตาจึง สำคัญกว่า
ตีนไม่ควร จะมา คิดดูหมิ่น
สรุปว่า ตามีค่า สูงกว่าตีน
ทั่วธานินทร์ ตีนไปได้ ก็เพราะตา

วิทยากร : หลังจากตีนได้ฟังตาพูดก็โกรธมาก ยกกลอน ตากับตีน (แต่ก็ตาย)
  แต่ก็ตาย
   ตีนได้ฟัง ให้คลั่งแค้น แสนจะโกรธ
  เร่งกระโดด ออกไป ใกล้หน้าผา
  เพราะอวดดี คุยเบ่ง เก่งกว่าตา
ดวงชีวา จะดับไป ไม่รู้เลย
 ตาเห็นตีน ทำเก่ง เร่งกระโดด
ก็พิโรธ เร่งระงับ หลับตาเฉย
ตีนพาตา ถลาล้ม ทั้งก้มเงย
ตกผาเลย ตายห่า ทั้งตาตีน

สุรปข้อคิด การทำงานนั้นจะเก่งคนเดียวไม่ได้ จะต้องร่วมมือกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีความสามัคคี จึงจะทำให้งานสำเร็จ
 
๓. การนำเสนอเรื่องใกล้ตัวของผู้เข้ารับการอบรม)จี้จุด)
  เช่น  เสนอเรื่อง การนั่งอบรม
  วิทยากร : เสนอแผ่นใสพร้อมเปิดแผ่นใสเป็นลำดับและถามสมาชิก
นั่งตรงไหนดี
เวลามา ดูดนตรี อบรม
มาก่อน นั่งหน้า นั่งหลัง
มาช้า นั่งหลัง นั่งกลาง
มาหลัง (มีหวัง)ยืน นั่งหน้า(ฮา…)

วิทยการ สรุปในเชิงมุขตลก ดังนี้
มาก่อนเวลา มักจะ เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย(กังวลไปหมด)
มาตรงเวลา มักจะ เป็นคนธรรมดา
มาตามเวลา(หลังเวลา) มักจะ  เป็นคนมองโลกในแง่ดี (ฮา)
 เหตุผลเพราะคิดว่าอะไรก็ได้ สบาย ๆ วิทยากรมาก็พูดไปไม่เห็นจำเป็นต้องรอเราเลย (ฮา)

๔. ใช้ข้อความจากแผ่นใสนำเสนอนำเข้าสู่เรื่อง เช่น

สามศรีพี่น้อง : จะเลือกคนไหนดี

ดารา พี่สาวคนโต จบ ป.๔ สวยเข้าชั้นไปวัดตอนเช้า ๆ ได้ การบ้านการเรือนดีมาก ได้รับมรดกที่ดิน ๑๐ ไร่ บ้าน ๑ หลัง เงินสด ๑ ล้านบาท
ดุจเดือน    คนกลางจบ ปวช. สวยขั้นเทพีระดับจังหวัด นิสัยจู้จี้จุกจิก ได้รับมรดกบ้านพร้อมที่ดิน ๕ ไร่ เงินสด ๒ ล้านบาท
ดุจดาว    น้องคนเล็ก จบปริญญาตรี สวยน้อง ๆ ดารา นิสัยเย่อหยิ่ง ได้รับมรดกรถยนต์ ๒ คัน เงินสด ๕ ล้านบาท

………………………………………………………………………………………………………
ข้อมูลเพิ่มเติม
  ดารา อายุ ๕๙ ปี
  ดุจเดือน อายุ ๕๘ ปี
  ดุจดาวอายุ ๕๗ ปี (ฮา…)
วิธีใช้ วิทยากรนำเสนิแผ่นใส โดยปิดส่วนที่เป็นข้อมูลเพิ่มเติมไว้ก่อนแล้วสมมติว่าสมาชิกเป็นชายหนุ่มอายุ ๒๕ ปี ต้องการคู่ครองสักหนึ่งคน โดยวิทยากรกำหนดให้สมาชิกหนึ่งคนในสามคนที่นำเสนอ แล้วสอบถามสมาชิกพร้อมทั้งเหตุผลมในการเลือก และนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อคิด     การตัดสินใจเลือกหรือการประเมินที่ดีต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เป็นปัจจุบัน ทันสมัย
ความเชื่อ…จริงหรือไม่
เด็กอนุบาล เชื่อ พ่อแม่
เด็กประถม ฯ เชื่อ ครู
เด็กมัธยม ฯ เชื่อ เพื่อน
ปริญญาตรี เชื่อ ตำรา 
ปริญญาโท เชื่อ  ตัวเอง
ปริญญาเอก (ดร.)  ไม่เชื่อใครเลยแม้แต่ตัวเอง
       ชื่อ…หมอดู (ฮา)
 วิธีใช้ วิทยากร ทดสอบสมาชิก โดยใช้กระดาษปิดข้อความด้านขวามือแล้วเปิดสอบถามทีละรายการ
เชิญอ่าน…ครับ
    ดื่มนม ดีกว่าดื่ม เหล้า
    ดื่มแล้วรื่นรมย์เพราะดื่มนมสองเต้า
    ดื่มแล้วงี่เง่าเพราะดื่มเหล้าสองกลม
    ดื่มแล้วระทมเพราะดื่มนมผิดเต้า

รายการอาหารจานเด็ด

        อาหารจานหลัก         เมียหลวง
        อาหารจานรอง          อนุภรรยา
        อาหารจานพิเศษ       น้องหนู
        (นอกบ้าน)  (ในตู้กระจก)
        อาหารว่าง  สาวใช้
        อาหารเสริม  เลขา ฯ(ที่ทำงาน)
        อาหารตา  น้องเมีย (ฮา…)
 วิธีใช้  วิทยากร ทดสอบสมาชิก โดยใช้กระดาษปิดข้อความด้านขวามือแล้วเปิดสอบถามทีละรายการ

ทดสอบภาษาบาลี

อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ
(ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน)
ทินงฺมินงฺ จมนงฺ ทิกุนงฺ
(ที่ควรนั่งก็ไม่นั่ง แต่มานั่งที่กูจะนั่ง)
โน มโขนงฺ แสงโสมงฺ สุขี
(ไม่มีแม่โขงได้ดื่มแสงโสมก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน)

วิธีใช้  วิทยากร ทดสอบสมาชิก โดยใช้กระดาษปิดข้อความแล้วเปิดสอบถามที ละรายการ
สรุป
    การเป็นวิทยากรที่ดีและมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ยากจนเกินไปที่จะฝึกหัดได้ ขอเพียงให้ท่านสนใจที่จะเรียนรู้เทคนิควิธีการต่าง ๆ ที่หลากหลาย แล้วทดลองนำไปประยุกต์ใช้ ตามข้อเสนอแนะ และตัวอย่างที่นำเสนอไว้ในตอนต้นของบทนี้ ท่านก็คงจะพัฒนาไปสู่การเป็นวิทยากรมืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว ส่วนผู้ที่เป้นวิทยากรมืออาชีพอยู่แล้ว บทบาทและเทคนิคต่าง ๆ ที่นำเสนอเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจและผงชูรสที่จะทำให้เกิดความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นเพราะบางครั้งเรารู้ทุกเรื่องแต่พอถามเรื่องเล็ก ๆ น้อยกลับลืมหรือตอบไม่ได้อาจตกม้าตายได้เหมือนกัน
…………………………………………..


ข้อมูลและสื่ออบรมการเป็นวิทยากร
- วิทยากร7 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
- วิทยากร6 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
- วิทยากร5 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
- วิทยากร4 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
- วิทยากร3 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
- วิทยากร2 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
- วิทยากร1 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
- วิทยากร0 [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
- การพูด [27 กุมภาพันธ์ 2553 13:14 น.]
ดูทั้งหมด

Engine by MAKEWEBEASY