สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 10
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 1,073
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 2,986,652
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
24 มีนาคม 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
  นิทานนานาชาติ
มนต์วิเศษเทียนแดงกับนางเงือกสาว
[27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]จำนวนผู้เข้าชม 7894 คน

มนต์วิเศษเทียนแดงกับนางเงือกสาว

นานแสนนานมาแล้ว ณ เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งมีนางเงือกชอบนอนพักอยู่บนโขดหินริมทะเล แม้รูปท่อนบนของนางจะคล้าย
กับมนุษย์ แต่เธอก็ต้องใช้ชีวิตอย่างปลาในน้ำ เธอรู้สึกว่าชีวิตใต้ท้องทะเลช่างเป็นชีวิตที่น่าเบื่อ
นางเงือกกำลังตั้งครรภ์และจะคลอดลูกในไม่ช้า เธอไม่ต้องการให้ลูกต้องมีชีวิตที่เงียบเหงาเหมือนเธอ
“ถ้าลูกเกิดแล้ว แม่จะพาลูกไปฝากให้มนุษย์ที่มีจิตใจดีงามเลี้ยงดู” นางเงือกคิด

หลังจากคลอดลูกเธอจึงนำลูกสาวของเธอไปทิ้งไว้ที่หน้าบ้านของตายาย
ตายายมีบ้านอยู่เชิงเขา อยู่ใกล้ ๆ กับศาลเจ้า ทั้งสองมีอาชีพขายเทียนไขสีแดงที่ใช้สำหรับไหว้เจ้า
ยายเป็นผู้พบทารกน้อยถูกทิ้งอยู่หน้าบ้านของตน จึงรีบอุ้มทารกเข้าบ้าน
“พระโพธิสัตว์คงเห็นใจที่เราไม่มีลูก ก็เลยประทานเด็กคนนี้ให้เป็นลูกของเราแน่ ๆ เลย” ยายพูดอย่างมั่นใจ
ตั้งแต่นั้นมา ตายายก็ให้ความรักและเลี้ยงดูทารกน้อยเป็นอย่างดี สิบห้าปีผ่านไป ลูกสาวของนางเงือกก็เติบโตขึ้นจากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กลายเป็นหญิงสาวที่สวยงาม จนเป็นที่ร่ำลือของคนที่พบเห็น
มีชายหนุ่มมากมายต้องการพบและรู้จัก แต่เงือกสาวก็ปฏิเสธ เพราะเธอไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า เธอมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น ๆ นั่นคือเธอไม่มีขา แต่กลับมีหางเหมือนปลา
“ลูกเป็นเด็กที่พระโพธิสัตว์ประทานมาให้ อาจมีบางสิ่งที่ไม่เหมือนคนทั่วไป บ้านเราไม่มีใครรังเกียจลูก ฉะนั้นอย่าได้ทุกข์ใจ
ไปเลย”

เงือกสาวก็ได้ใช้ชีวิตประจำวันด้วยการช่วยตายายทำเทียนไขสีแดงไปขาย
แล้ววันหนึ่งเธอก็บอกกับตายายว่า “ลูกคิดจะวาดรูปลงบนแท่งเทียนดู ไม่แน่ว่าลูกค้าที่มาซื้ออาจจะชอบก็ได้นะจ๊ะพ่อ”
ดังนั้นลูกสาวนางเงือกจึงได้ลงมือวาดรูปลงบนแท่งเทียนไข ทั้งรูปปลา รูปเปลือกหอย รูปสาหร่ายในทะเล ทุกรูปที่วาดขึ้นล้วนแต่สวยงามมาก ทำให้เทียนไขขายดิบขายดี เป็นที่ถูกใจของลูกค้า
ยังร่ำลือกันว่า ใครนำเทียนไขสีแดงไปจุดไหว้ที่ศาลเจ้า เวลาออกเรือหาปลาก็จะไม่พบกับพายุและได้กลับถึงฝั่งอย่างปลอดภัยเสมอ ฉะนั้นบรรดาชาวประมงจึงพากันมาสั่งซื้อเทียนไขสีแดง

แล้ววันหนึ่งมีพ่อค้าที่ร่ำรวยเดินทางมาหาตายายที่บ้าน เขาต้องการซื้อตัวลูกสาวนางเงือกไป จึงสร้างเรื่องหลอกตายายว่า “เจ้าคงจะไม่รู้ว่าลูกสาวของเจ้าคือนางเงือก นางเงือกถือเป็นสิ่งอัปมงคลสำหรับมนุษย์ นางจะนำความโชคร้ายมาสู่พวกเจ้า เอาอย่างนี้สิ เจ้าก็ขายนางให้กับฉัน ฉันจะพานางไปเมืองหลวง เช่นนี้พวกเจ้าก็จะไม่โชคร้ายอีกต่อไป”
พ่อค้าเสนอเงินจำนวนมากเป็นค่าตัวเงือกสาว ด้วยความเชื่อโชคลางและความละโมบ ตายายก็ตกลงขายลูกสาว
เงือกสาวรู้เรื่องก็ตกใจ แต่ไม่ว่าจะอ้อนวอนอย่างไร สองตายายก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจ เงือกสาวเห็นดังนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก
เธอได้แต่ก้มหน้าทำเทียนไขสีแดงและวาดรูปลงบนแท่งเทียนไขต่อไปนี้เรื่อย ๆ โดยไม่ได้หยุดพักและร้องไห้เงียบ ๆ
อย่างเสียใจ

เช้าวันนั้น พ่อค้าได้ส่งคนนำกล่องไม้ใบใหญ่ ซึ่งมีตาข่ายคลุมอยู่ภายนอกมารักตัวลูกสาวนางเงือกไปขายต่อให้กับเศรษฐีผู้มั่งคั่งในเมืองหลวง เศรษฐีผู้นั้นเชื่อว่านางเงือกเป็นสัตว์นำโชค เขาจึงต้องการลูกสาวนางเงือกไปเป็นสัตว์เลี้ยงของเขา
และแล้วนางเงือกสาวก็ถูกพาตัวไป เหลือทิ้งไว้แต่เพียงเทียนไขสีแดงสองสามเล่มที่เธอยังทำไม่เสร็จ ผู้คนในหมู่บ้านรู้สึกสงสารเงือกสาวมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือเธอ

หลังจากขายเงือกสาวไปแล้ว ตายายก็เลิกอาชีพขายเทียน แล้วใช้ชีวิตอยู่กันอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งกลางดึกของคืนวันหนึ่ง ระหว่างที่ตายายกำลังหลับสนิทอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเบา ๆ

“ใครน่ะ” ยายร้องถามแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ จึงลุกออกไปเปิดประตูด้วยตัวเอง แล้วยายก็ได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่นอกประตู เธอเป็นคนสวยมาก ผมที่ยาวมากของเธอเปียกน้ำเป็นประกายยามสะท้อนกับแสงจันทร์ เธอยิ้มให้ยายและเอ่ยขึ้นว่า
“ฉันได้ยินว่าที่นี่มีเด็กสาวคนหนึ่งทำเทียนไขสีแดงขาย ฉันอยากจะซื้อเทียนที่เด็กสาวคนนั้นทำ”
“เทียนไขที่แม่หนูนั่นทำน่ะ ฉันขายหมดไปแล้วล่ะ แล้วพวกฉันก็เลิกอาชีพขายเทียนไปนานแล้ว”
“อ้าว...ทำไมล่ะจ๊ะ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“เพียงแต่แม่หนูนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว มีคนบอกฉันว่า แม่หนูนั่นเป็นสิ่งอัปมงคล จะนำพาความโชคร้ายมาให้ ฉันก็เลยขายแม่หนูคนนั้นให้กับพ่อค้าไป” ยายอธิบายช้า ๆ
หญิงสาวหน้าซีดเผือด เธอจับมือยายและถามอย่างร้อนรน “ยายขายเด็กสาวคนนั้นไปที่ไหนจ๊ะ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อ้อ...แต่ถ้าเธออยากจะได้เทียนไข ฉันพอจะมีเหลืออยู่สองสามเล่ม แต่ว่ามันเป็นเทียนไขที่ยังทำไม่เสร็จนะ วาดภาพไว้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น” ยายพูดจบก็เข้าไปหยิบเทียนไขในบ้านออกมาให้หญิงสาว
“โธ่...ลูกแม่” เธอร้องไห้อย่างเจ็บปวด จากนั้นก็หยิบเงินออกมาส่งให้ยาย และจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก
ยายรู้สึกแปลกใจกับท่าทางของหญิงสาวมากและหลังจากที่หญิงสาวจากไปแล้ว ยายก็พบว่าเงินที่หญิงสาวจ่ายเป็นค่าเทียนไขนั้นได้กลายเป็นแค่เปลือกหอยธรรมดา ๆ

เช้าวันต่อมา ทะเลก็เกิดคลื่นซัดรุนแรง ทำให้เรือของพ่อค้าและชาวประมงล่มและจมผู้คนมากมายต้องเสียชีวิต
ไม่นานบรรดาปลาเล็กปลาน้อยที่เคยมีอยู่ในทะเลก็ค่อย ๆ หายไปหมด นอกจากนี้ทุก ๆ คืนผู้คนในหมู่บ้านยังได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังขึ้นมาจากริมทะเล จนชาวบ้านและชาวประมงพากันหวาดกลัวและอพยพออกไปในที่สุดเกาะเล็ก ๆ
ที่เคยมีผู้คนอาศัยอยู่ก็ได้กลายเป็นเกาะร้าง

 






นิทานนานาชาติ
- โอรสธิดาของเจ้าชายเลีย [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- อึ่งอางกับวัว [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- อันตรธาน 5 [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- อักษรสูงค่าราคาตัวละหนึ่งพัน [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- เหยื่อผู้ถูกสังเวย [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- หินวิเศษแห่งหมู่บ้านพลูเวอนิค [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- หมียังไม่ตาย [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- สี่สหาย [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- สินค้าวิเศษประมาณค่าบ่มิได้ [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
- แม่เฒ่าฮอลลี [27 กุมภาพันธ์ 2553 17:16 น.]
ดูทั้งหมด

Engine by MAKEWEBEASY