สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 31
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 826
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,313,357
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
20 สิงหาคม 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
  
10  11  12 
13  14  15  16  17  18  19 
20  21  22  23  24  25  26 
27  28  29  30  31     
             
  นิทานนานาชาติ
ปราชญ์น้อยตัวจิ๋ว
[27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]จำนวนผู้เข้าชม 2840 คน

ปราชญ์น้อยตัวจิ๋ว
สองตายายอยู่ด้วยกันมานานยังไม่มีลูกสักที วันหนึ่งจึงวอนขอต่อเทพยดาว่า “ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอท่านจงโปรดเมตตาประทานลูกให้แก่เราสักคนเถิด ถึงตัวจะเล็กเท่าหัวแม่มือก็ยังดี”
หลายเดือนผ่านไป ยายคลอดลูกเป็นเด็กชายตัวสูงเพียงหนึ่งนิ้ว แต่ทั้งสองก็รักลูกมาก คนในหมู่บ้านต่างเชื่อว่าเด็กน้อยต้องเป็นผู้ที่พระโพธิสัตว์ส่งมาเกิด จึงพากันเรียกว่า “ปราชญ์น้อยตัวจิ๋ว”
วันเวลาผ่านไปแต่ปราชญ์น้อยตัวจิ๋วลูกชายของสองตายายก็ยังคงตัวเท่าเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะโตขึ้น เพราะเหตุนี้เขาจึงมักถูกเด็กในหมู่บ้านหัวเราะเยาะเสมอ
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากจะไปเมืองหลวงเพื่อหาความรู้” ปราชญ์น้อยเอ่ยขึ้น สองตายายไม่สบายใจนัก เพราะไม่อยากให้ลูกจากตนไปไกล แต่เห็นความตั้งใจจริงจึงอนุญาตให้ลูกไป
ในวันเดินทาง ปราชญ์น้อยตัวจิ๋วได้นำชามใบเล็ก ๆ มาใช้แทนหมวก นำตะเกียบข้างหนึ่งมาตัดให้สั้นลงใช้แทนไม้เท้า นอกจากนี้ยังได้นำเข็มเล่มหนึ่งมาทำเป็นดาบ เหน็บไว้ที่เอว เมื่อทุกอย่างพร้อม จึงลาพ่อแม่และเริ่มออกเดินทาง
ระหว่างทาง ปราชญ์น้อยพบกับมดตัวหนึ่งจึงถามว่า “พี่มด เมืองหลวงไปทางไหน ท่านรู้ไหม”
“อ้อ...เจ้าก็เดินผ่านสวนผักด้านนี้ไป พอถึงริมแม่น้ำ เจ้าก็หาเรือล่องไปตามลำน้ำ จะไปถึงเมืองหลวงได้” พี่มดใจดีตอบ
ปราชญ์น้อยออกเดินไปตามทาง ไม่ช้าก็มาถึงริมแม่น้ำ
“เฮ้อ...แบ้วจะหาเรือได้จากไหนล่ะ” ปราชญ์น้อยมองรอบตัว คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงร้องขึ้นว่า “ฮ่า...ได้การล่ะ” จากนั้นเขาก็ได้ลากเศษกะลามะพร้าวลงแม่น้ำใช้แทนเรือ และนำไม้เท้าของตนมาใช้แทนไม้พาย ค่อย ๆ ล่องเรือไปตามลำน้ำ
กระแสน้ำในแม่น้ำไหลเชี่ยวขึ้นเรื่อย ๆ ปราชญ์น้อยต้องล่องเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อหลบขอนไม้ที่ระเกะระกะอยู่ริมแม่น้ำ และหลบฝูงปลาที่ดำผุดดำว่าไปมา ในที่สุดปราชญ์น้อยก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง
ปราชญ์น้อยเดินทางไปบ้านขุนนางใหญ่ท่านหนึ่ง
“ขออภัยขอรับ ข้างในมีคนอยู่ไหมขอรับ” ปราชญ์น้อยร้องเรียกอยู่ครู่หนึ่ง ประตูบ้านก็ค่อย ๆ เปิดออก
“เอ๊ะ แปลกจริง หน้าประตูไม่มีใครเลยนี่นา” คนเฝ้าประตูบ่นพลางปิดประตูกลับตามเดิม
“ขออภัยขอรับ ท่านขุนนางอยู่ไหมขอรับ” ปราชญ์น้อยได้ตะโกนถามขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้คนเฝ้าประตูมองหาตามเสียงเรียก จึงได้เห็นปราชญ์น้อยตัวจิ๋วยืนอยู่ปลายเท้าของเขา จึงตกใจมาก
“ข้าคือปราชญ์น้อยตัวจิ๋ว เดินทางมาเมืองหลวงเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ท่านช่วยบอกท่านขุนนางให้ช่วยรับข้าเป็นข้ารับใช้สัก...” ยังพูดไม่ทันจบ คนเฝ้าประตูก็รีบรุดนำเรื่องนี้ไปบอกท่านขุนนาง
พอท่านขุนนางรู้ว่ามีเด็กน้อยตัวสูงเพียงหนึ่งนิ้วมาขอเข้าพบ ก็รู้สึกประหลาดใจมาก
“คนตัวสูงเพียงหนึ่งนิ้วหรือ ให้เขาเข้ามาพบข้าได้” คนเฝ้าประตูจึงรีบไปนำปราชญ์น้อยตัวจิ๋วมาเข้าพบทันที
“สวัสดีขอรับท่านขุนนาง” ปราชญ์น้อยเอ่ยพร้อมก้มคำนับอย่างอ่อนน้อม ท่านขุนนางเห็นดังนั้นก็รู้สึกชื่นชอบ ตกลงรับปราชญ์น้ำเป็นข้ารับใช้

“ปราชญ์น้อยตัวจิ๋ว เจ้าทำอะไรเป็นบ้างล่ะ”
“ข้าเต้นรำได้ขอรับ” พูดจบก็ลุกขึ้นเต้นรำบนฝ่ามือของท่านขุนนาง ทำให้ท่านขุนนางพอใจมาก
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปราชญ์น้อยก็ได้พักอาศัยที่บ้านท่านขุนนาง ศึกษาหาความรู้ ใครได้พบกับปราชญ์น้อยตัวจิ๋วล้วนชื่นชอบเขาทั้งสิ้น โดยเฉพาะท่านหญิง ธิดาคนเดียวของท่านขุนนางผู้มีความงดงามจนเป็นที่เลื่องลือ
ท่านหญิงให้คนทำเรือนหลังน้อย วางไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือ เพื่อให้ปราชญ์น้อยอาศัยและอยู่ใกล้ยามเธออ่านหนังสือ
ก่อนนอนปราชญ์น้อยมักจะเล่าเรื่องราวผู้คนในชนบทให้ท่านหญิงฟัง ซึ่งท่านหญิงจะนั่งฟังอย่างตั้งใจเสมอ เวลาที่ท่านหญิงไปที่ใด ก็จะให้ปราชญ์น้อยติดตามเธอไปด้วย

วันหนึ่งท่านหญิงเดินทางไปไหว้พระที่วัดนอกเมือง ซึ่งปราชญ์น้อยตัวจิ๋วก็ได้ติดตามไปด้วยเหมือนทุกครั้ง บังเอิญว่าที่วัดแห่งนี้มีปีศาจสิงอยู่สามตน เมื่อเห็นท่านหญิงตรงมาที่วัด จึงร่วมกันวางแผนคิดจับท่านหญิงกินเป็นอาหาร
“หยุดก่อนขอรับ มีเงาแปลก ๆ ในวัด อาจเป็นพวกโจรก็ได้ ท่านหญิงรอตรงนี้ก่อนขอรับ” พูดจบปราชญ์น้อยเดินตรงเข้าวัดไป
“ระวังตัวด้วย” ท่านหญิงบอกอย่างเป็นห่วง
ปราชญ์น้อยอ้อมเข้าหลังวัดจึงได้เห็นปีศาจสามตนกำลังวางแผนถึงวิธีจัดการท่านหญิง
“พวกปีศาจนี่เอง คิดจะทำร้ายท่านหญิง ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าทำได้ง่าย ๆ หรอก” ปราชญ์น้อยหยิบดาบที่เหน็บไว้ที่เอวออกมา และค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้พวกปีศาจ
“นี่ เจ้าพวกปีศาจ” ปราชญ์น้อยตะโกนขึ้นดัง ๆ ทำให้พวกปีศาจตกใจ
ขณะพวกปีศาจกำลังก้มลงมองหาเสียงเรียก ปราชญ์น้อยถือโอกาสกระโดดขึ้นใช้ดาบแทงดวงตาของปีศาจทั้งสามอย่างว่องไว ปีศาจทั้งสามต่างเจ็บปวดร้องโอดโอยและวิ่งหนีไปในที่สุด
“ไชโย ข้าชนะแล้ว” ปราชญ์น้อยตัวจิ๋วกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ
“เอ๊ะ นั่นอะไร” ปราชญ์น้อยมองเห็นบนพื้นมีค้อนไม้รูปร่างประหลาดอันหนึ่งหล่นอยู่ จึงนำไปให้ท่านหญิง
“คงเป็นค้อนไม้วิเศษ ที่ชาวเมืองร่ำลือกันเป็นแน่ เมื่อปรารถนาสิ่งใดก็จะสมใจทุกประการ” ท่านหญิงเอ่ย
“ยอดเลย ข้าอยากตัวโตเท่าคนทั่วไป ท่านหญิงได้โปรดช่วยให้ข้าสมปรารถนาด้วยเถอะขอรับ”
ท่านหญิงจึงใช้ค้อนไม้เคาะพื้นเบา ๆ ชี้ไปทางปราชญ์น้อย พลางกล่าวว่า “จงโตขึ้น จงโตขึ้น” และแล้วร่างกายของปราชญ์น้อยตัวจิ๋วก็ค่อย ๆ โตขึ้น โตขึ้น จนกลายเป็นหนุ่มน้อยรูปงาม

ต่อมาไม่นาน ปราชญ์น้อยก็สอบเข้ารับราชการได้ จึงไปรับพ่อแม่มาอยู่ร่วมกัน และได้แต่งงานกับท่านหญิง รับราชการมีตำแหน่งที่ใหญ่โตเป็นขุนนางใหญ่อยู่อย่างมีความสุข

 




นิทานนานาชาติ
- โอรสธิดาของเจ้าชายเลีย [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- อึ่งอางกับวัว [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- อันตรธาน 5 [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- อักษรสูงค่าราคาตัวละหนึ่งพัน [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- เหยื่อผู้ถูกสังเวย [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- หินวิเศษแห่งหมู่บ้านพลูเวอนิค [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- หมียังไม่ตาย [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- สี่สหาย [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- สินค้าวิเศษประมาณค่าบ่มิได้ [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
- แม่เฒ่าฮอลลี [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:34 น.]
ดูทั้งหมด

Engine by MAKEWEBEASY