สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 44
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 168
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,055,892
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
29 เมษายน 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
      
10  11  12  13  14  15 
16  17  18  19  20  21  22 
23  24  25  26  27  28  29 
30             
  นิทานนานาชาติ
ดาวพเนจร
[27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]จำนวนผู้เข้าชม 2942 คน

ดาวพเนจร

      หลายร้อยปีมาแล้วฮันวูดีเป็นจักรพรรดิของประเทศจีน ในเวลานั้นไม่มีใครในประเทศจีนที่ทราบถึงความเป็นไปของดินแดนส่วนอื่น ๆ ในโลก เขาไม่รู้จักภูมิศาสตร์ของประเทศอื่น ๆ หรือบางส่วนของประเทศของเขาเอง เขาไม่ทราบว่ามีคนอาศัยอยู่ไกลออกไปจากภูเขาทางทิศตะวันตกหรือไม่ หรือแม่น้ำเหลืองมาจากไหน หรือมนุษย์หรือภูตผีปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลทรายทางทิศเหนือหรือไม่

     ดังนั้นจักรพรรดิฮันวูดีจึงตัดสินพระทัยว่า จะสืบสวนให้ทราบเรื่องเหล่านี้ให้ได้ ท่านได้ใช้เสนาบดีคนหนึ่งชื่อจางเซียนออกไปสำรวจดูดินแดนทางตะวันตกและดินแดนทางเหนือของประเทศจีน และพยายามจะหาต้นแม่น้ำเหลือง จางเซียนท่องเที่ยวไปเป็นเวลานานถึง 15 ปี เขาได้ไปเยี่ยมเยี่ยนหลายประเทศ และนำสิ่งของหลายอย่างที่เขาไม่เคยเห็นในประเทศจีนมาก่อนกลับ มีลูกวอนัด ผลองุ่นและข้าวต่าง ๆ อีกหลายชนิด เขาถูกพวกฮั่นจับตัวได้ พวกฮั่น เป็นพวกคนป่าเถื่อนอาศัยอยู่ทางตอนเหนือ ทางภาคเหนือของประเทศจีน และเขาต้องถูกจับเป็นเชลยอยู่หลายปีจึงหนีรอดมาได้

     แต่จางเซียนก็ยังไม่พบต้นแม่น้ำเหลือง ในที่สุดเขาตัดสินใจว่าสิ่งเดียวที่เขาจะทำได้คือ แล่นเรือทวนน้ำขึ้นไปทางทิศตะวันตกจนกระทั่งเขาไปถึงต้นแม่น้ำเหลือง แม่น้ำสายนี้ยาว และไหลคดเคี้ยวไปทั่วประเทศจีน และจางเซียนแล่นเรือไปในแม่น้ำนั้นหลายเดือนคืนหนึ่งเมื่อเขาจอดเรื่อที่ริมฝั่งแม่น้ำได้เกิดพายุใหญ่ เรือของเขาลอยออกจากฝั่งและไหลตามกระแสน้ำไปในความมืด และเขาต้องเกาะเรือไว้แน่นเพื่อไม่ให้ลมพัดเขาตกจากเรือลงไปในน้ำ

     เช้าวันรุ่งขึ้นพายุสยบ ท้องฟ้ามีสีน้ำเงินปราศจากเมฆ และแม่น้ำมีสีน้ำเงิน พื้นน้ำราบเรียบปราศจากคลื่น ภูมิประเทศที่อยู่ล้อมรอบดูแปลกตา เมื่อวันก่อนนี้มีภูเขาอยู่สองฝั่งแม่น้ำ เวลานี้มีทุ่งนาและสวนผลไม้ วันก่อนน้ำไหลเชียวและขุ่นเป็นตม เวลานี้กระแสน้ำไหลเอื่อย ๆ และใส่แจ๋วจนเขาสามารถมองเห็นก้อนหินที่ก้นแม่น้ำได้อย่างชัดเจน
จางเซียนแล่นเรื่อต่อไปเกือบตลอดวันโดยไม่พบใครเลย เขาไม่เห็นนกหรือสัตว์อื่น ๆ ด้วย นอกจากนกเอี้ยงจำนวนมากมายบินร่อนอยู่เหนือพื้นน้ำ

     ตามริมฝั่งแม่น้ำมีต้นท้อออกดอกงดงาม ต่อมาในตอนบ่ายเขาสังเกตเห็นคนเลี้ยงวัวคนหนึ่งในทุ่งนาใกล้ ๆ ชายนั้นจูงวัวมากินน้ำที่แม่น้ำ และในไม่ช้ามีหญิงสาวคนหนึ่งออกมานั่งอยู่ที่ฝั่งน้ำอีกฟากหนึ่ง มีหูกทอผ้าวางอยู่ใกล้ ๆ หญิงสาวผู้นั้น และนางถือกระสวยทอผ้าไว้ในมือ

     จางเซียนนำเรือไปจอดที่ริมฝั่งแม่น้ำ "ข้าพเจ้าต้องขอโทษท่าน" เขาพูดกับหญิงสาว "ท่านสามารถจะบอกข้าพเจ้าได้ไหมว่าข้าพเจ้าอยู่ในตำบลใด และจะหาหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ที่ไหน ?" ข้าพเจ้าหลงทางในระหว่างที่เกิดพายุ"
นางยิ้มกับเขาและสั่นศรีษะ "ฉันบอกท่านไม่ได้" นางพูด "และถ้าฉันบอกท่านก็คงไม่เชื่อฉัน แต่จงเอากระสวยนี้ไปแล้วแล่นเรือกลับไปทางเก่า เมื่อท่านไปถึงเมืองหลวงจงเอากระสวยนี้มอบให้โหรของจักรพรรดิ โหรที่ศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับดวงดาว จงบอกให้เขาทราบวันและชั่วโมงที่ท่านได้กระสวยนี้ และบางที่เขาอาจอธิบายให้ท่านเข้าใจได้"

จางเซียนรู้สึกประหลาดใจมาก และปฏิบัติตามที่นางบอกเขา เขาแล่นเรือตามน้ำกลับมา และถึงเมืองหลวงในเวลาอันรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ และเขาได้ไปหาโหรของจักรพรรดิทันที่

เมื่อจางเซียนเอากระสวยให้โหรดูชายนั้นก็ผงกศีรษะ และเมื่อ จางเซียนบอกเขาว่า นางได้มอบกระสวยให้เขาในวันที่เจ็ดของเดือนที่เจ็ด เขาก็ร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น
"ท่านเป็นดาวพเนจรที่ข้าพเจ้าสังเกตเห็นในวันนั้น"
"ดาวพเนจร ?" จางเซียนถาม "ข้าพเจ้าจะเป็นดวงดาวได้อย่างไร ?"
"ข้าพเจ้าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านฟัง" โหรตอบ "หลายปีมาแล้ว นางเทพีที่ทอผ้าซี่งเป็นธิดาของเง็กเซียนฮ่องเต้ได้รักกับคนเลี้ยงวัวหนุ่มคนหนึ่ง และทั้งสองคนได้แต่งงานกัน คู่บ่าวสาวมีความสุขมาก ทั้งสองอาจจะมีความสุขมากเกินไปเพราะเขาต่างก็ละทิ้งหน้าที่ ๆ เคยปฏิบัติ คนเลี้ยงวัวปล่อยให้วัวของเขาหลงไปจากฝูง และนางเทพีที่ทอผ้าก็เลิกทอผ้า เง็กเซียนฮ่องเต้กริ้วเมื่อทรงทราบเรื่องนี้ จึงขับไล่คนเลี้ยงวัวไปอยู่อีกฟากหนึ่งของทางช้างเผือก ซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่ไหลผ่านแดนสวรรค์ คู่รักทั้งสองมองเห็นกันข้ามฝั่งแม่น้ำแต่ไปพบกันไม่ได้ นอกจากในคืนที่เจ็ดของเดือนที่เจ็ด ในคืนเดียวนั้นเง็กเซียนฮ่องเต้อนุญาติให้ทั้งสองคนพบกันได้
"แต่ชายหญิงทั้งสองจะพบกันได้อย่างไร เพราะมีแม่น้ำสายใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเขาทั้งสอง ?" จางเซียนถาม
"ในคืนนั้นฝูงนกเอี้ยงมาจากแดนสวรรค์และกางปีกออกทำเป็นสะพานทอดให้นางเดิน่ข้ามไป นางเทพีที่ทอผ้าเดินข้ามสะพานนั้นไปพบคู่รักของนาง สามีของนาง บางที่ท่านอาจจะสังเกตเห็น" เขากล่าวต่อไปว่า "ท่านไปเห็นนกเอี้ยงที่แผ่นดินโลกในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดดอกหรือ ?"
"เรื่องนี้เป็นความจริง" จางเซียนตอบ
"ปีนี้ในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด " โหรกล่าวต่อไป "ข้าพเจ้าเฝ้าดูท้องฟ้าเพื่อจะดูการพบปะระหว่างนางเทพีกับสามีของนางเช่นเคยทันใดนั้นข้าพเจ้าเห็นดาวพเนจรดวงหนึ่ง ลอยมาอยู่ระหว่างดาวทั้งสองดวง (ชายหญิงทั้งสองปรากฏร่างเป็นดวงดาว) เวลาที่พวกเรามองดูจากแผ่นดินโลก จากเรื่องที่ท่านเล่าให้ฟัง ข้าพเจ้าคิดว่าท่านต้องเป็นดาวดวงนั้น
"ถ้าเช่นนั้น" จางเซียนร้อง "ข้าพเจ้าก็ได้แล่นเรือบนทางช้างเผือก และแม่น้ำเหลืองกับทางช้างเผือกเป็นแม่น้ำสายเดียวกัน"
"ถูกแล้ว" โหรตอบ "พวกนักปราชญ์เชื่อว่าทางช้างเผือกไหลจากแดนสวรรค์มาที่แผนดินโลกและกลับกลายเป็นแม่น้ำเหลือง ในแดนสวรรค์แม่น้ำนี้ใส แต่ในแผ่นดินโลกน้ำขุ่นเป็นตมเพราะมีดินสีเหลืองปนอยู่ด้วย แต่ก็เป็นแม่น้ำสายเดียวกันนั่นเอง"
"ท่านหมายความว่า เมื่อเดือนที่แล้วนี้เองข้าพเจ้าได้แล่นเรือข้ามท้องฟ้า" จางเซียนถามแล้วถามอีก" และท้องทุ่งที่ข้าพเจ้ามองเห็นสองฝั่งน้ำเป็นท้องทุ่งในสวรรค์?"
"เรื่องนั้นไม่มีอะไรที่น่าสงสัย" โหรตอบ "ท่านเห็นต้นท้อขึ้นเรียงรายอยู่สองฝั่งแม่น้ำหรือไม่?"
"ข้าพเจ้าเห็นต้นท้ออยู่สองฝั่งแม่น้ำออกดอกสวยงาม ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นต้นทอที่ไหนสวยงามอย่างนั้นเลย"
โหรถอนใจใหญ่ "ข้าพเจ้าอยากจะได้เห็นต้นท้อเหล่านั้นบ้างท่านคงจะไม่ทราบหรอกว่าต้นท้อเหล่านั้นเป็นต้นไม้ที่ไม่รู้จักตาย และมีอยู่ในสวรรค์เท่านั้น ถ้าท่านแล่นเรือไปในเวลาสองสามเดือนหลังจากนี้เมือผลท้อสุก และถ้าท่านได้กินผลท้อแม้เพียงผลเดียวท่านก็จะมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ หรืออย่างน้อยที่สุดท่านก็จะมีอายุยืนถึงสามพันปี"

วันรุ่งขึ้นจางเซียนได้ไปเฝ้าจักรพรรดิฮันวูดี และเล่าเรื่องการเดินทางของเขาให้จักรพรรดิฟัง เรื่องพายใหญ่ และเรื่องที่นางเทพีให้กระสวยทอผ้าเขา และเขาได้เอากระสวยทอผ้าถวายจักรพรรดิเพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องที่เขาเล่าเป็นความจริง
จักรพรรดิทรงชื่นชมยินดี "ในที่สุด" ท่านรับสั่ง "ในที่สุดเราก็รู้จักต้นแม่น้ำเหลือง และเราทราบด้วยว่าเราสามารถจะเดินทางในแม่น้ำเหลืองจากแผ่นดินโลกไปยังสวรรค์ได้โดยทางเรือ"

 





นิทานนานาชาติ
- โอรสธิดาของเจ้าชายเลีย [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- อึ่งอางกับวัว [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- อันตรธาน 5 [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- อักษรสูงค่าราคาตัวละหนึ่งพัน [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- เหยื่อผู้ถูกสังเวย [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- หินวิเศษแห่งหมู่บ้านพลูเวอนิค [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- หมียังไม่ตาย [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- สี่สหาย [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- สินค้าวิเศษประมาณค่าบ่มิได้ [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
- แม่เฒ่าฮอลลี [27 กุมภาพันธ์ 2553 16:18 น.]
ดูทั้งหมด

Engine by MAKEWEBEASY