สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 28
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 855
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,313,386
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
20 สิงหาคม 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
  
10  11  12 
13  14  15  16  17  18  19 
20  21  22  23  24  25  26 
27  28  29  30  31     
             
  ข้อพิสูจน์พระพุทธศาสนา
ข้อพิสูจน์พระพุทธศาสนา4
[27 กุมภาพันธ์ 2553 14:38 น.]จำนวนผู้เข้าชม 4052 คน

เด็กฝาแฝด
  ข้อพิสูจน์เรื่องตายแล้วเกิดใหม่ข้อสุดท้าย    คือ ข้อที่แตกต่างกันในเด็กฝาแฝด 
เด็กฝาแฝด คือ เด็กที่เกิดจากท้องแม่เดียวกัน   ในคราวเดียวกัน ในเวลาห่างกันประมาณ ๕ นาที  เป็นแฝดคู่บ้าง ๓ คนบ้าง ๔ คนบ้าง      ส่วนมากเป็นแฝดคู่  ถ้าเป็นชายก็มักเป็นชายทั้งคู่  แต่ถ้าแฝดบางคู่เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งก็มี  ฝาแฝดบางรายในปัจจุบัน แพทย์ต้องผ่าท้องแม่แล้วนำเด็กออกมาก็มี  และเด็กฝาแฝดนี้มีอยู่มากทุกประเทศในโลก
 ตามกฎทางวิชาชีววิทยา  วิชาจิตวิทยา  และวิชาสังคมวิทยา  ถือว่าการที่คนเรามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร มีปัญญาดี หรือไม่ดี      มาความเสื่อมหรือมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต  ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัย ๒ ประการ คือ ๑. กรรมพันธุ์ (Heredity)    ๒.สิ่งแวดล้อม (environment)
  กรรมพันธุ์ หมายถึงสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อ แม่      คือ  จากสายเลือดพ่อ แม่  ซึ่งเรียกในทางชีววิทยาว่ายีน (Gene)อันประกอบด้วยเชื้อ ๒ ชนิด  คือ สเปอร์ม หรือเรียกชื่อเต็มว่า สเปอร์มาโตซัว (Spermatozoa) อันเป็นเชื้อที่มาจากบิดา   และไข่ (Ova) อันเป็นเชื้อที่มาจากมารดา  เพราะกรรมพันธุ์ที่ได้มาจากพ่อ แม่นี้เอง     คนเราจึงมีรูปร่างหน้าตาบางส่วนเหมือนพ่อ  มีรูปร่างหน้าตาบางส่วนเหมือนแม่  ไม่ใช่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาอย่างเดียวที่ได้รับการถ่ายทอดมาทางกรรมพันธุ์ของพ่อแม่  แม้แต่สติปัญญา กิริยาท่าทาง     อุปนิสัยใจคอ  ก็ได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ด้วย  กล่าวคือ  ถ้าเด็กเกิดจากพ่อแม่ที่ดี     เช่น พ่อแม่มีสติปัญญาดี มีสุขภาพดี และมีอัธยาศัยดี  ลูกที่เกิดมานั้นก็มีกรรมพันธุ์เหมือนพ่อแม่ไปด้วย    อย่างนี้เรียกว่ามีกรรมพันธุ์ดี  แต่ถ้าเด็กเกิดมาจากพ่อแม่ที่หน้าตาไม่ดี  หรือเป็นคนโง่เขลา หรือมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ไม่สมประกอบ หรือมีโรคภัยไข้เจ็บมาก  หรือมีอัธยาศัยไม่ดี        ลูกที่เกิดมาก็พลอยได้รับสิ่งที่ไม่ดี เหมือนพ่อแม่ไปด้วย  อย่างนี้เรียกว่ามีกรรมพันธุ์ไม่ดี แม้สุภาษิตไทยก็ยืนยันความจริงในข้อนี้ว่า  “ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” ด้วยเหตุนี้เองคนไทยเรา     ตั้งแต่โบราณมาจนกระทั่งปัจจุบัน จึงเลือกคู่ครองให้แก่บุตรหลานของตน           โดยหวังจะได้กรรมพันธุ์ที่ดีไว้สำหรับสืบตระกูลของตน  เพราะถ้าไม่เลือกให้ดีแล้ว            ก็จะก่อให้เกิดคนไม่ดี  คนไม่สมประกอบขึ้นในวงศ์ตระกูลของตน  อันเป็นการทำลายวงศ์ตระกูล     และก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่ตนเอง ครอบครัว และลูกหลานในที่สุด    
 อันยีนหรือกรรมพันธุ์ที่ได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อแม่นี้  เป็นกรรมพันธุ์ ที่ถ่ายทอดสืบเนื่องมาแต่บรรพบุรุษอันนานไกล  ซึ่งบางรายกรรมพันธุ์ไม่ปรากฏชัดในรุ่นหลานหรือรุ่นเหลนก็เคยมี  เช่น ตาผิวแดง แต่ ยายผิวขาว      พ่อแม่ผิวดำแดง ลูกเกิดมาผิวขาว การที่ลูกเกิดมาผิวขาวไม่เหมือนพ่อแม่     ก็เพราะได้กรรมพันธุ์ในด้านผิวขาวมาจากยายนั่นเอง  ในกรณีเช่นนี้ เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็เคยมี   หรือปู่มีหัวทางการช่างหรือทางศิลปะ พ่อและแม่ไม่มีหัวทางนี้เลย  แต่ลูกมีหัวทางศิลปะเหมือนปู่ ในกรณีอย่างนี้มีพบบ่อยที่สุด  ไทยเราก็ยอมรับความจริงในข้อนี้ ดังสุภาษิตที่ว่า  “ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ถ้าจะดูให้แน่ ต้องดูให้ถึงยาย”
 อีกอย่างหนึ่ง  กรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่นั้น บางรายไม่ปรากฏเด่นชัดในรุ่นลูก แต่แต่ได้ปรากฏเป็นลูกผสมพันทางขึ้น   ที่เรียกในวิชาชีววิทยาว่า     “ (Hybird)เช่น พ่อผิวขาว  แม่ผิวดำ  ลูกเกิดมาเป็นคนผิวเนื้อดำแดง  หรือแม่เป็นคนสูง พ่อเป็นคนเตี้ย  แต่ลูกที่เกิดมาเป็นคนขนาดปานกลาง ไม่สูงไม่เตี้ย  หรือพ่อเป็นฝรั่ง แม่เป็นคนเอเชีย     ลูกที่เกิดมาเป็นลูกครึ่ง  รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนฝรั่งทีเดียว  และก็ไม่เหมือนคนเอเชียทีเดียว       ลูกพันธุ์ผสมหรือลูกครึ่งนี้ แม้ในหมู่สัตว์เดรัจฉาน และพืชก็มีนัยเดียวกัน ฉะนั้น   ในปัจจุบันจึงมีการผสมพันธุ์สัตว์และพันธุ์ต้นไม้โดยวิธีการตามธรรมชาติและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ขึ้น     และความจิรงทางพันธุกรรมหรือกรรมพันธุ์นี้ยอมรับกันทั่วไป ทั้งในหมู่นักวิทยาศาสตร์และคนทั่วไป
  แต่มีตัวแปรอีกอย่างหนึ่งที่ทำกรรมพันธุ์นั้นให้อ่อนลงหรือเปลี่ยนไป    คือสิ่งแวดล้อม คือถ้าคนเราได้รับสิ่งแวดล้อมดี เช่น ได้รับการเลี้ยงอบรมดี ได้อากาศ อาหาร และที่อยู่อาศัยดีได้รับการศึกษาดี ได้มิตรดี หรือได้งานดี แม้กรรมพันธุ์จะไม่ดีหรือไม่ค่อยดี คนนั้นก็อาจกลายเป็นคนดีและเจริญขึ้นมาได้ ถ้ายิ่งผู้นั้นมีกรรมพันธุ์ดีอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งได้สิ่งแวดล้อมที่ดีเข้าอีกเขาก็ยิ่งมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น   แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าคนเราได้สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ไม่เหมาะ       ได้รับการศึกษาอบรมไม่ดีหรือไม่ได้รับการศึกษาอบรม หรือได้เพื่อนทีไม่ดี   ได้งานที่ไม่ดีแม้เขาผู้นั้นจะมีกรรมพันธุ์ดีมาก่อน ก็อาจเป็นคนไม่ดี ไม่เจริญรุ่งเรืองไปได้   ถ้ายิ่งมีกรรมพันธุ์ไม่ดีอยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้สิ่งแวดล้อมไม่ดีเข้าอีกผู้นั้นก็ยิ่งเป็นคนต่ำทราม     และประสบความเสื่อมหนักขึ้น ฉะนั้น ในการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน ทุกประเทศในโลกจึงได้พยายามจัดสิ่งแวดล้อมให้ดีที่สุด เพื่อความอยู่กินดี เจริญรุ่งเรืองของคนในประเทศ
  แต่อย่างไรก็ตาม  ในระหว่างกรรมพันธุ์กับสิ่งแวดล้อมนี้มีการถกเถียงกันมากในหมู่นักจิตวิทยาตะวันตกว่า อย่างไหนจะมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์มากกว่ากัน นักจิตวิทยาบางกลุ่มถือว่ากรรมพันธุ์มีอิทธิพล     ต่อชีวิตมนุษย์มากกว่าสิ่งแวดล้อม เช่นคนถ้าสมองไม่ดี หรือสันดานเดิมไม่ดี อันเป็นกรรมพันธุ์มาจากพ่อแม่แล้ว  แม้ได้รับสิ่งแวดล้อมดีขนาดไหนก็เอาดีไม่ได้
เช่น เด็กที่สมองหรือไอคิวต่ำ   จะฝึกให้ฉลาดขึ้นได้ยาก หรือเด็กที่มีพ่อแม่เป็นอันธพาล เป็นโจร แม้จะได้รับสิ่งแวดล้อมดี  
เช่นได้รับการศึกษาอบรมดีก็เอาดีได้ยาก กลับเป็นคนต่ำไปในที่สุด เพราะไม่ทิ้งแถว คือกรรมพันธุ์เดิมของตน
  แต่นักจิตวิทยาบางกลุ่มถือว่า    สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลเหนือกรรมพันธุ์โดยอ้างว่า คนเราแม้จะมีกรรมพันธุ์ดีสักปานใดก็ตาม แต่ถ้าได้รับสิ่งแวดล้อมไม่ดี เช่น การเลี้ยงดูอบรมไม่ดี ได้ที่อยู่ อาหาร และอากาศไม่ดี หรือไม่ได้รับการศึกษาในทางที่ดีและไม่ได้มิตรที่ดี ก็ย่อมไม่อาจเจริญก้าวหน้าในชีวิตไปได้ เพราะตัวหนุนไม่ดี มีแต่หนุนในทางที่เสีย ฉะนั้น คนเราจะมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต หรือทำประเทศให้เจริญได้ ก็ต้องปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ดี เช่น ด้วยการศึกษา การคมนาคม การแพทย์ และการศาสนา เป็นต้น
  นักจิตวิทยาถกเถียงกันในปัญหาทั้ง ๒ ประเด็นนี้ว่าอย่างไหนจะมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์มากกว่ากัน ในระหว่างกรรมพันธุ์กับสิ่งแวดล้อมยังไม่อาจจะตกลงกันได้เป็นเวลานานทราบว่านักจิตวิทยาต้องใช้เวลาในการสังเกตและค้นคว้าถึง ๑๐๐ ปี จึงตกลงกันได้ว่าทั้ง ๒ อย่างนี้มีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์เท่า ๆกัน
  ทางพระพุทธศาสนา   ยอมรับความจิรง ๒ ปรการ นี้เหมือนกัน แต่มีความหมายกว้างและลึกกว่าความคิดของนักจิตวิทยาตะวันตก     ซึ่งส่วนใหญ่ยังเชื่ออยู่ในด้านวัตถุนิยม ยังไม่ยอมรับในด้านจิตใจว่ามีจริง ฉะนั้นจิตวิทยาตะวันตกจึงมุ่งศึกษาแต่พฤติกรรม คือ การแสดงออกของจิตเท่านั้น     ยังไม่ยอมรับเรื่องจิตโดยตรงเหมือนทางพระพุทธศาสนา เว้นไว้แต่นักจิตวิทยาบางคนเท่านั้น     ที่เริ่มหันมาสนใจจิตวิทยาทางพระพุทธศาสนาแล้วเท่านั้น
  เกี่ยวกับเรื่องกรรมพันธุ์หรือกรรมพันธุ์นี้ นักจิตวิทยาตะวันตกส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับกฎแห่งกรรม โดยเฉพาะกรรมที่ติดต่อข้ามภพข้ามชาติมาให้ผลในปัจจุบัน ยอมรับแต่เพียงยีน (Gene) อันเป็นกรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ในปัจจุบันเท่านั้น คือยอมรับเรื่องชาตินี้ แต่เพียงอย่างเดียว แต่ทางพระพุทธศาสนา     ถือว่า กรรมพันธุ์นั้นไม่ใช่อยู่ที่ยีนอันเป็นส่วนรูปร่างกายที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่       ในชาติปัจจุบันเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังหมายถึงกรรมที่เป็นบุญและบาปอันติดอยู่ที่จิต             ซึ่งผู้นั้นได้ทำเอาไว้ในชาติปางก่อน และในชาติปัจจุบันอีกด้วย แม้การที่เราเกิดมา      ได้พันธุกรรมเช่นนี้ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ในปัจจุบัน ก็เพราะกรรมในอดีตส่งมาให้เราไดพ่อแม่เช่นนี้      รวมทั้งส่งให้เราเกิดมาเป็นมนุษย์เกิดในตระกูลต่ำหรือตระกูลสูง       เกิดในประเทศยากจนหรือร่ำรวย เจริญหรือเสื่อม ก็เพราะกรรมส่งมาหรือดลบันดาลมาให้เราได้รับทั้งสิ้น    และกรรมที่ทำเราให้เจริญหรือเสื่อม ให้ได้รับสุขหรือทุกข์นั้นก็ไม่ใช่กรรมในอดีตอย่างเดียว     แต่เป็นกรรมที่เราทำไว้ในชาตินี้อีกด้วย
  พระพุทธศาสนาไม่เชื่ออำนาจดวงดาว    ไม่เชื่ออำนาจพระเจ้าว่ามาดลบันดาลชีวิตของเราให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ทั้งไม่เชื่อความบังเอิญแต่เชื่อว่าเรามีความสุข มีทุกข์ เสื่อมหรือเจริญ ก็เพราะกรรมที่เราทำไว้เองทั้งในชาตินี้และในชาติที่ล่วงมาแล้ว
ฉะนั้น กรรมพันธุ์ในพระพุทธศาสนา จึงมีความหมายกว้างกว่ากรรมพันธุ์  ในทางชีววิทยาหรือจิตวิทยาเป็นอันมากและแม้กรรมพันธุ์ที่เราได้มาจากพ่อแม่ในปัจจุบัน   ก็เพราะกรรมในอดีตส่งมาให้ได้รับนั่นเอง หาใช่เกิดโดยบังเอิญ หรือ โดยไม่มีเหตุในอดีตส่งมาให้ได้รับ
  ส่วนในด้านสิ่งแวดล้อม นั้น พระพุทธศาสนายอมรับสิ่งแวดล้อมว่ามีอิทธิพลต่อคนเรานั้น     พระพุทธเจ้าทรงย้ำไปในสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับคนมากกว่าสิ่งอื่น คือถ้าเราได้กัลยาณมิตร           หรือคนดีเป็นเพื่อน เป็นผู้ร่วมงาน เป็นผู้แนะนำให้คำปรึกษาหารือ เป็นครูอาจารย์ หรือเป็นผู้อยู่ร่วมกัน เราก็จะเป็นคนดี มีความรู้ความสามารถ มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตได้    เพราะมิตรที่ดีจะแนะนำส่งเสริมให้เราได้รับสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่ดี เหมือนใบไม้ที่ห่อของหอมมีกฤษณาเป็นต้น แม้เดิมจะไม่หอม แต่เมื่อห่อของหอมเข้า ใบไม้นั้นก็กลายเป็นใบไม้ที่มีกลิ่นหอมขึ้นได้ แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าเราคบคนชั่ว คนพาล คนโง่เขลา  มาเป็นมิตร   เป็นเพื่อน มาเป็นผู้ให้คำแนะนำ เป็นครูอาจารย์ เป็นผู้ร่วมงาน หรืออยู่ด้วยกัน เราก็อาจเป็นคนชั่ว  จะมีแต่ความเสื่อมเดือดร้อนด้วย  แม้เดิมเราจะเป็นคนดี หรือยังไม่ดีไม่ชั่ว แต่เมื่อเราไปได้มิตรชั่วเข้าเราก็จะกลายเป็นคนชั่ว   คนเสื่อมไปในที่สุด ท่านเปรียบเหมือนใบไม้ที่ห่อปลาเน่า แม้เดิมจะเป็นของไม่เหม็น แต่เมื่อ   ไปห่อปลาเน่าเข้าใบไม้นั้นก็จะเน่าเหม็นไปในที่สุด ดังพุทธภาษิตที่ว่า “ย

ข้อพิสูจน์พระพุทธศาสนา
- ข้อพิสูจน์พระพุทธศาสนา4 [27 กุมภาพันธ์ 2553 14:38 น.]
- ข้อพิสูจน์พระพุทธศาสนา3 [27 กุมภาพันธ์ 2553 14:38 น.]
- ข้อพิสูจน์พระพุทธศานา 2 [27 กุมภาพันธ์ 2553 14:38 น.]
- ข้อพิสูจน์พระพุทธศาสนา1 [27 กุมภาพันธ์ 2553 14:38 น.]
ดูทั้งหมด

Engine by MAKEWEBEASY